จุดชมวิวในเมืองนางาซากิ ที่น่าไปเที่ยวในปี 2024  ! 

จุดชมวิวในเมืองนางาซากิ

จังหวัดนางาซากิตั้งอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเกาะคิวชูของญี่ปุ่น ซึ่งห่างไกลจากเส้นทางท่องเที่ยวทั่วไป แต่จังหวัดนางาซากิยังคงครองใจผู้คนมากมายเนื่องจากมีจุดชมวิวอันงดงามอีกหลายอย่างรวมถึงวัดและศาลเจ้าโบราณที่น่าสนใจ ในวันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ จุดชมวิวในเมืองนางาซากิ ที่น่าไปเที่ยวในปี 2024  ! เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาแพลนดีๆในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นและหากคุณกำลังวางแผนที่จะมายังเมืองนางาซากิเราชื่อว่าพิกัดที่เราได้นำมาฝากในวันนี้จะต้องดีต่อใจอย่างแน่นอน  ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเรามาพบกับรายละเอียดของจุดชมวิวต่างๆกันเลยดีกว่า!

1. ป้ายรถเมล์ผลไม้ที่น่ารัก

1. ป้ายรถเมล์ผลไม้ที่น่ารัก

ในเมืองโคนาไกของนางาซากิและบริเวณโดยรอบมีป้ายรถเมล์น่ารัก 16 ป้าย ที่มีรูปร่างเหมือนผลไม้ เลียนแบบสตรอเบอร์รี่ แตง ส้มแมนดาริน มะเขือเทศ แตงโม และอื่นๆ เดิมสร้างขึ้นโดยชาวเมืองโคนาไกในปี 1990 สำหรับงาน Nagasaki Travel Expo และยังคงเป็นสถานที่สำคัญในท้องถิ่นหลังจบงาน ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดทิวทัศน์แสนสวยเหมือนในเทพนิยาย และมีรูปลักษณ์แบบวินเทจ เมืองริมทะเลแห่งนี้ มีป้ายรถบัสผลไม้เอาไว้ให้สำหรับผู้มาเยือนได้เช็คอินและเป็นจุดถ่ายรูปที่น่าสนใจ  นอกจากนี้ยังมีทิวทัศน์ของชายฝั่งทะเลและทุ่งดอกไม้ที่งดงามอันมีเสน่ห์และดึงดูดใจนักท่องเที่ยวอีกด้วย    

2.   เดินเที่ยวรอบเกาะ  ที่เดจิมะ

2.   เดินเที่ยวรอบเกาะ  ที่เดจิมะ

เดจิมะสร้างขึ้นในปี 1663 ในช่วงที่ญี่ปุ่นแยกตัวออกไป (ค.ศ. 1639 – 1853) เดจิมะทำหน้าที่เป็นบ้านของชาวคริสเตียนชาวโปรตุเกสเป็นอันดับแรก และต่อมาเป็นท่าเรือการค้าของเนเธอร์แลนด์ ในขณะนั้นเป็นสถานที่แห่งเดียวในประเทศที่ชาวต่างชาติได้รับอนุญาตให้เข้ามาได้ และเป็นแห่งเดียวของญี่ปุ่น จึงทำให้ที่นี่เป็นประตูสู่โลกภายนอก 

เดจิมะมีอาคารไม้สมัยเอโดะอันน่าทึ่งซึ่งชวนให้นึกถึงญี่ปุ่นในอดีต มีโครงสร้างสไตล์ยุโรป ทำให้เกิดการผสมผสานที่น่าหลงใหลซึ่งหาได้ยากในญี่ปุ่น เนื่องจากพื้นที่โดยรอบถูกยึดคืนในศตวรรษที่ 20 ซึ่งในนามของการพัฒนาเมือง เดจิมะในปัจจุบันจึงไม่ใช่เกาะอีกต่อไป  อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นท่ามกลางความสะดวกสบายที่ใจกลางเมืองนางาซากิ  ดังนั้นหากคุณต้องการทราบถึงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจต้องอย่าลืมไปยังพิกัดแห่งนี้กันนะคะ   

3. เดินเล่นในสวนสุดโรแมนติกที่  Glover Garden  พร้อมวิวเมืองนางาซากิ

3. เดินเล่นในสวนสุดโรแมนติกที่  Glover Garden  พร้อมวิวเมืองนางาซากิ

สวนโกลเวอร์เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงในคฤหาสน์ต่างชาติ ที่นี่ก่อตั้งในเมืองนางาซากิหลังจากการสิ้นสุดความสันโดษของญี่ปุ่นในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 หากใครที่ได้มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ก็จะได้ทราบถึงเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองนางาซากิ คุณสามารถเดินชมไปรอบๆบริเวณได้ทั้งหมด ซึ่งคุณจะเห็นกลับสวนดอกไม้ที่งดงามซึ่งให้ความรู้สึกราวกับเราได้ถูกดึงเข้าไปในยุคอดีต มีมนต์ขลังที่ชวนหลงใหลได้อย่างบอกไม่ถูกอีกทั้งทัศนียภาพก็งดงาม คุณจะสามารถมองเห็นท่าเรือนางาซากิ ไปพร้อมๆกับอาคารในสไตล์ยุโรปสถานที่เที่ยวหลักที่ผู้คนมักชื่นชอบเวลามาอาทิตย์นี้ก็คือ  Glover Garden คือ Former Glover House ซึ่งเป็นอาคารไม้สไตล์ตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น 

4.  ทัวร์เกาะร้างเพื่อชมทิวทัศน์ลึกลับที่ กุนคันจิมะ  

4.  ทัวร์เกาะร้างเพื่อชมทิวทัศน์ลึกลับที่ กุนคันจิมะ  

เกาะแห่งนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ฮาชิมะ” เกาะร้างแห่งนี้เมื่อสมัยอดีตเคยเป็นเหมืองถ่านหินในนางาซากิ และได้รับฉายาว่า “กุนคันจิมะ” (เกาะเรือรบ) เนื่องจากมีโครงสร้างและสิ่งปลูกสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นมากมาย ที่ปรับโฉมลักษณะทางธรรมชาติจนสุดท้ายมีลักษณะคล้ายเรือรบขนาดใหญ่ ซึ่งมีลักษณะเหมือนภาพตามด้านบนที่เรานำมาเป็นตัวอย่าง 

เนื่องจากถ่านหินเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่สำคัญในอดีต ผู้คนมากกว่า 5,000 คน จึงอาศัยอยู่บนกุนคันจิมะเล็กๆนี้ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา เหมืองแห่งนี้ปิดดำเนินการในปี 1974 จึงทำให้ชาวบ้านเริ่มออกไปหางานทำที่ใหม่ โดยทิ้งบ้าน ร้านค้า และเครื่องมือต่างๆที่เคยใช้ในชีวิตประจำวันทั้งหมด เพราะไม่สามารถนำติดตัวไปได้ จึงทำให้ที่ กุนคาจิมะ กลายเป็นเกาะร้าง และค่อนข้างน่ากลัวในปัจจุบัน เนื่องจากไม่มีใครอาศัยอยู่เลย แต่ก็ยังคงมีทัวร์เพื่อให้ไปเที่ยวชมได้แต่อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวไม่สามารถมาตามลำพังได้จำเป็นจะต้องมากับทัวร์ของชาวญี่ปุ่นที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น  

5. ชมวิวยามค่ำคืนแบบพาโนรามาที่ ภูเขาอินาสะ   

5. ชมวิวยามค่ำคืนแบบพาโนรามาที่ ภูเขาอินาสะ   

สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองนางาซากิ ภูเขาอินาสะที่มีความสูงถึง 333 เมตร ถือเป็นจุดชมวิวที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการชมวิวที่น่าอัศจรรย์ ก็หากคุณอยู่บนนี้คุณจะมองเห็นน้ำทะเลสีเข้มและท้องฟ้าลึกลับในตอนกลางคืน มันงดงามและมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้ต่างอยากมาเยี่ยมชมอยู่เสมอ สร้างความแตกต่างที่น่าทึ่งกับแสงไฟนับพัน ที่ส่องประกายในเมืองและท่าเรือ มุมมอง 360° อันตระการตา 

สถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะมาเที่ยวในเมืองนางาซากิ และแน่นอนว่าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชมพระอาทิตย์ตกดิน  นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกระเช้าลอยฟ้าที่เชื่อมต่อเมืองกับยอดเขาอินาสะ ทำให้การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สนุกสนาน จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมสำหรับคู่รักที่ต้องการจูงมือกันมาสัมผัสกับบรรยากาศสุดโรแมนติก  

6.  เยี่ยมชมวัดเซนที่ วัดโซฟุคุจิ    

6.  เยี่ยมชมวัดเซนที่ วัดโซฟุคุจิ    

วัดเซนแห่งนี้สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1629 เพื่อชาวจีนที่อาศัยอยู่ในนางาซากิ โดยสร้างขึ้นในสไตล์จีนที่ชวนให้นึกถึงสถาปัตยกรรมใน Spirited Away ของสตูดิโอจิบลิ ซึ่งทำให้โดดเด่นกว่าวัดอื่นๆ ในญี่ปุ่น ที่พิเศษยิ่งกว่านั้นคืออาคารบางแห่งสร้างขึ้นในประเทศจีน และได้ทำการถอดประกอบ เพื่อนำมาประกอบใหม่ในเมืองนางาซากิ ที่น่าประทับใจที่สุดอย่างหนึ่งของวัดคือประตูทางเข้าสีแดงสองชั้นที่เรียกว่าริวกุมอน ซึ่งแปลว่า “ประตูวังมังกร”  

7.   ข้ามสะพาน ที่สะพานเมกาเนะบาชิ     

7.   ข้ามสะพาน ที่สะพานเมกาเนะบาชิ     

เมกาเนะบาชิ (สะพานแว่นตา) ในสมัยเอโดะของนางาซากิเป็นสะพานโค้งหินที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในสะพานที่มีชื่อเสียงที่สุด ร่วมกับสะพานนิฮงบาชิของเอโดะในโตเกียวและสะพานคินไตเคียวของอิวาคุนิในยามากุจิ มีสะพานหินหลายแห่งที่ทอดข้ามแม่น้ำนากาชิมะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเส้นทางการค้าของเมือง แต่เมกาเนะบาชิมีความโดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงามและทิวทัศน์ที่เหมาะแก่การถ่ายรูป เนื่องจากมีซุ้มโค้งทรงกลมที่เมื่อสะท้อนจากน้ำจะมีลักษณะคล้ายกับแว่นตา สะพาน  ทั้งยังมีสภาพแวดล้อมที่งดงามราวภาพวาดที่เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านกาแฟ และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการเดินเล่นอย่างเงียบสงบ 

8.  แช่น้ำพุร้อนพร้อมหมอกเมฆ ที่อุนเซ็นออนเซ็น  

8.  แช่น้ำพุร้อนพร้อมหมอกเมฆ ที่อุนเซ็นออนเซ็น  

อุนเซ็นออนเซ็นที่ซ่อนตัวอยู่ในเนินภูเขาอุนเซ็น เป็นเมืองน้ำพุร้อนที่ล้อมรอบด้วยอุนเซ็นจิโกกุ ทุ่งน้ำพุร้อนหลายแห่งรู้จักกันในชื่อ “จิโกกุ” (นรก) ซึ่งประกอบด้วยสระน้ำพุร้อน ช่องระบายไอน้ำไหลที่ปกคลุมไปด้วยภูมิทัศน์มนุษย์ยัง และมีน้ำร้อนไหลออกมาจนบางสายน้ำถึงจุดเดือด เมืองออนเซ็นที่ปกคลุมไปด้วยไอน้ำแห่งนี้เป็นที่ดึงดูดสายตาตลอดทั้งปี และได้รับการยกย่องเป็นพิเศษจากสีสันอันโดดเด่นในฤดูใบไม้ร่วง ทิวทัศน์ที่หนาวจัดในฤดูหนาวค่อนข้างงดงาม ทำยังช่วยทำให้ร่างกายของผู้คนอบอุ่นได้เป็นอย่างดี อุนเซ็นออนเซ็นยังเป็นพิกัดที่ยอดเยี่ยมในการท่องเที่ยวของจังหวัดแห่งนี้ และที่สำคัญคือคุณจะได้ถ่ายภาพของธรรมชาติที่งดงามไปพร้อมกับได้สัมผัสกับไออุ่นของน้ำในช่วงฤดูต่างๆอีกด้วย สวรรค์สำหรับผู้รักธรรมชาติแห่งนี้ มีชื่อเสียงไม่น้อยเพราะที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่นในปี 1934 

8.  แช่น้ำพุร้อนพร้อมหมอกเมฆ ที่อุนเซ็นออนเซ็น  

ได้รู้จักกับพิกัดของ จุดชมวิวในเมืองนางาซากิ ที่น่าไปเที่ยวในปี 2024  !  กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างไรก็ตามหากบทความนี้มีประโยชน์ต้องอย่าลืมแชร์ต่อให้กับเพื่อนๆของคุณด้วยเช่นกันนะคะ  และหากคุณมีโอกาสเดินทางไปที่เมืองนางาซากิ ต้องอย่าลืมไปชมวิวในจุดที่เราได้แจ้งเอาไว้ในบทความเมื่อสักครู่นี้ เพราะเราชื่อว่าจะต้องทำให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวของคุณยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน แล้วพบกันใหม่สวัสดีค่ะ  

Facebook
Twitter