จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ยอดเยี่ยม แห่งภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่น ที่น่าไปในปี 2024 ! 

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ยอดเยี่ยม-แห่งภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่น

แม้ว่าใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงจะสวยงามไปทั่วประเทศ แต่ภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่นอันเป็นที่ตั้งของเมืองเกียวโตและโอซาก้า ที่ได้รับความนิยมอย่างเสมอมาในทุกๆปี จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักพิกัดของ  จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ยอดเยี่ยม แห่งภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่น ที่น่าไปในปี 2024 !  เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังวางแผนไปเที่ยวยังภูมิภาคคันไซ ซึ่งแน่นอนว่าในครั้งนี้เราจะมาบอกเล่าถึงรายละเอียดของจุดที่น่าสนใจที่เราสามารถจะชมต้นเมเปิ้ลของญี่ปุ่นที่มีสีสันอันงดงามผสมผสานกับต้นแปะก๊วยที่บานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจพร้อมๆกันได้เลยดังต่อไปนี้ค่ะ  

ภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่นคืออะไร?

ภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่นคืออะไร?

คันไซตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะหลักของญี่ปุ่น รวมถึงเมืองเกียวโต โอซาก้า เฮียวโงะ นารา วาคายามะและชิงะ ภูมิภาคคันไซประกอบด้วยหลายสิ่งที่ดีงามไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมประเพณีและความทันสมัย  รวมถึงวัดโบราณในเกียวโตและบนยอดเขาโคยะ ที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้อยู่มานานหลายศตวรรษ ในขณะเดียวกัน มหานครในเมืองอย่างโอซาก้าและเมืองโกเบก็ยังคงเป็นย่านที่คึกคักของผู้คนซึ่งมีความเป็นสากล ไปพร้อมๆกับการผสมผสานวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างลงตัวจึงทำให้ภูมิภาคแห่งนี้มีกิจกรรมมากมายที่น่าทำ ทั้งยังมีวิวต่างๆที่งดงามให้น่าไปท่องเที่ยวและถ่ายภาพสวยๆเอาไว้ในช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสี   

1.วัดคิโยมิซึเดระ   

1.วัดคิโยมิซึเดระ   

คิโยมิซึเดระเป็นหนึ่งในวัดที่โดดเด่นที่สุดของเกียวโต ในฤดูใบไม้ร่วงคุณจะเห็นทัศนียภาพอันงดงามจากใบไม้สีแดงสีส้มและสีเหลืองที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นสีที่มาจากต้นไม้ใบหญ้าที่กำลังเปลี่ยนสีในช่วงฤดูกาลนี้ เป็นหนึ่งสิ่งที่ทำให้ผู้คนทั่วทุกมุมโลกต่างหลงใหลและอยากจะมาเยี่ยมชมในทุกๆปี วัดแห่งนี้จะถูกรายล้อมไปด้วยธรรมชาติและจะอยู่บนพื้นที่สูงตั้งอยู่บนภูเขาอันโดดเด่นตามภาพด้านบนที่เรานำมาฝากกันนี้  ทำให้คิโยมิซึเดระ เป็นจุดหมายของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกมาโดยตลอด 

2.อาราชิยามะ  

2.อาราชิยามะ  

ทิวทัศน์ของป่าไผ่สูงเขียวขจีที่แทบจะสื่อถึงภาพลักษณ์ของญี่ปุ่น ที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในอาราชิยามะ ซึ่งฤดูใบไม้ร่วงก็ได้สร้างบรรยากาศที่แตกต่างออกไปทำให้ผู้คนต้องทึ่งกับบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้  ริมแม่น้ำโฮซุอันงดงามเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนมักจะมาเยี่ยมชมแทบทุกปี ผู้เยี่ยมชมสามารถเพลิดเพลินกับการนั่งรถลากหรืออาจล่องเรือเพื่อผ่อนคลายเพื่อดื่มด่ำกับจิตวิญญาณของความเป็นอาราชิยามะอย่างเต็มที่ และแน่นอนว่าคุณจะได้สัมผัสกับความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมจริงๆ  

3.วัดไดโกจิ

3.วัดไดโกจิ

เจดีย์ห้าชั้นของวัดไดโกจิหรือที่รู้จักในชื่อ “โกจูโนโตะ” ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของอดีตอันเก่าแก่ของเกียวโต และมีทัศนียภาพอันงดงามของสวนโดยรอบรวมถึงทิวทัศน์ของเมืองเกียวโต ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ชมอย่างตื่นตาตื่นใจ  วัดไดโกจิตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเกียวโต เป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญในญี่ปุ่น ซึ่งความงามนั้นเกินบรรยายคุณสามารถชมภาพตัวอย่างได้ทางด้านบน 

ด้วยสีสันอันอุดมสมบูรณ์ของฤดูใบไม้ร่วง และจะมีภาพที่งดงามเช่นนี้เพียงเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้นจึงเป็นเหตุผลที่ใครหลายคนอยากจะมาพบเห็นด้วยตาของตัวเอง  กลุ่มอาคารของวัดยังมีวัดย่อยต่างๆ และมีสวนอันสวยงามรอให้คุณได้เข้าไปสัมผัส  

4.Mino Park  โอเอซิสตามธรรมชาตินอกเมืองโอซาก้า

4.Mino Park  โอเอซิสตามธรรมชาตินอกเมืองโอซาก้า

แม้ว่าหลายคนคิดว่าตึกสูงและทิวทัศน์เมืองที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนอาจเป็นจุดเด่นหรือเอกลักษณ์ของเมืองโอซาก้า  แต่หากคุณได้ไปลองเที่ยวตามนอกเมืองของโอซาก้าดูแล้วคุณจะรู้สึกทึ่งกับทิวทัศน์ที่คุณได้พบเจอ  เพราะชานเมืองรวมไปถึงนอกเมืองของโอซาก้าถือเป็น แหล่งโอเอซิสทางธรรมชาติที่จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น  จะได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่  พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่รอต้อนรับคุณอยู่ และสวนสาธารณะมิโนโอะนี้ เป็นที่ชื่นชอบของชาวท้องถิ่นในเรื่องภูมิประเทศอันเงียบสงบ

มีน้ำตกที่สวยงาม และใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชีวิตชีวา เป็นสิ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในฤดูใบไม้ร่วงอย่างมาก เนื่องจากมีเส้นทางเดินมากมายที่ทอดยาวให้ผู้มาเยือนผ่านป่าอันเขียวชอุ่ม ผ่านลำธารอันเงียบสงบ  จุดเด่นของสวนสาธารณะมิโนโอะคือ น้ำตก  นอกจากทิวทัศน์แล้วสถานที่แห่งนี้ยังมีจุดเด่นคืออาหารท้องถิ่น ที่หักใครได้มาก็มักจะต้องการชิมเมนูเทมปุระใบเมเปิ้ลทอด และถ้าหากคุณได้มีโอกาสไปยังสถานที่แห่งนี้ต้องอย่าลืมไปชิมกันนะคะ     

5.ปราสาทโอซาก้า 

5.ปราสาทโอซาก้า 

เมื่อมีคนพูดถึงเมืองโอซาก้าสถานที่แรกที่ใครๆก็อยากจะมาเยี่ยมชมนั้น เห็นทีน่าจะเป็นปราสาทโอซาก้าเพราะสถานที่แห่งนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองโอซาก้าเลยทีเดียว สำหรับปราสาทโอซาก้านั้นได้ถูกสร้างครั้งแรกในปี 1597  เป็นสถานที่ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยิ่งใหญ่และเกียรติภูมิของเมืองโอซาก้า และยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามมาจนถึงยุคปัจจุบัน  ผู้คนมักไปเยี่ยมชมอยู่ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพราะคุณจะได้เห็นภาพทิวทัศน์อันงดงามนอกจากนี้คุณยังสามารถ ขึ้นไปบนยอดหอคอยประสาทที่สูงที่สุดเพื่อชมทัศนียภาพแบบพาโนรามาได้อีกด้วย  

6.วัดคัตสึโอจิ 

6.วัดคัตสึโอจิ 

วัดคัตสึโอจิเป็นวัดพุทธที่ได้รับการเคารพ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง  มีใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงที่มีชีวิตชีวาอย่างมาก ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของวัดคัตสึโอจิคือสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจะมองเห็นได้ทั่วทั้งบริเวณวัด ขึ้นต้นไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำวัดนี้คือต้นเมเปิลสีแดงประจำฤดูกาล รอบบริเวณวัดเป็นที่ตั้งของตุ๊กตาดารุมะ หลายพัน ตัว ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้อและทิ้งไว้เป็นเครื่องบูชาได้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อและความปรารถนาของผู้ที่มาเยือน 

7.วัด Zuisekizan Eigenji  

7.วัด Zuisekizan Eigenji  

วัดเอเก็นจิซึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาอันเงียบสงบที่มองเห็นช่องเขาแม่น้ำเอจิ ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 14 และมีทิวทัศน์อันน่าทึ่งของความงามตามธรรมชาติโดยรอบ อาคารหลักของวัดเป็นโครงสร้างหลังคามุงจากที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีประตูซัมมอนอันโอ่อ่าที่ได้รับการกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดชิงะ

ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณที่เคยอันเขียวชอุ่มของเอเก็นจิ จะเปลี่ยนไปเป็นสีแดงและสีทองที่สว่างไสวอย่างมากในตอนกลางวัน และในช่วงเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟเพื่อมอบแสงสว่างอันงดงามตระการตาให้กับผู้มาเยือน 

8.อดีตวัดชิคุรินิน 

8.อดีตวัดชิคุรินิน 

วัดแห่งนี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบสำหรับนักบวช มีสวนกว้างขวาง และประดับประดาด้วยผืนน้ำอันบริสุทธิ์ของแม่น้ำโอมิยะกาวะ และมีภูเขาฮาชิโอจิอันงดงามอยู่ทางด้านหลัง สวนของวัดชิคุรินินได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามระดับชาติ และผู้มาเยือนวัดจะมีโอกาสได้ลิ้มรสชามัทฉะขณะชมสวนที่น่าหลงใหลแห่งนี้ มีโรงน้ำชาที่ถูกสร้างเอาไว้อย่างประณีตสองแห่ง  อาคารหลังหนึ่งมีโต๊ะเครื่องเขินเตี้ยๆ สามารถมองมาจากสวนด้านนอกได้อย่างน่าอัศจรรย์

9.ศาลเจ้าฮิโยชิไทฉะ 

9.ศาลเจ้าฮิโยชิไทฉะ 

ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ตีนเขาฮิเอ มีชื่อเสียงในด้านธรรมชาติที่สวยงาม เมื่อคุณมาถึงคุณจะมองเห็นทะเลสาบบิวะ ที่ถูกล้อมรอบด้วยป่าไม้เขียวชอุ่ม ในฤดูใบไม้ร่วง สถาปัตยกรรมที่มีสีสันและซับซ้อนของศาลเจ้าจะมีชีวิตชีวาด้วยสีสันของใบไม้และโครงสร้างอันสง่างาม

10.สวนซุยโฮจิ 

10.สวนซุยโฮจิ 

สวนซุยโฮจิเป็นป่าละเมาะในจังหวัดเฮียวโงะที่เต็มไปด้วยต้นโมมิจิที่สวยงาม ซึ่งว่ากันว่าเป็นที่รักของไดเมียวผู้มีชื่อเสียง (ขุนนางศักดินาของญี่ปุ่น) โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ  ในช่วงทศวรรษปี 1500 และปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ยังคงมีชื่อเสียงว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในเฮียวโงะ สำหรับการมาชมใบไม้เปลี่ยนสี  ภายในสวนสาธารณะมีร้านกาแฟชื่อ “โมมิจิชายะ” ที่จะเปิดให้บริการเฉพาะช่วงโมมิจิการิบานเท่านั้นซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเปิดช่วงปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน และแน่นอนว่ากาแฟที่นี่อร่อย  

10.สวนซุยโฮจิ 

น่าตื่นตาตื่นใจกันไม่น้อยใช่ไหมล่ะคะ สำหรับพิกัดของ  จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ยอดเยี่ยม แห่งภูมิภาคคันไซของญี่ปุ่น ที่น่าไปในปี 2024 ! ที่เราได้พาคุณไปชมความงามทางธรรมชาติกันไปเมื่อสักครู่นี้ อย่างไรก็ตามพวกเราทีมงานหวังอย่างยิ่งว่า  บทความนี้จะทำให้คุณชื่นชอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่กำลังมีแพลนในการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะในภูมิภาคคันไฟแห่งปี 2024 นะคะ  แล้วกลับมาพบกับพวกเราได้ใหม่ในบทความครั้งต่อไป ซึ่งเราจะพาคุณไปเที่ยวที่ไหนในประเทศญี่ปุ่นกันอีกนั้นต้องอย่าลืมติดตามกันนะคะ ขอให้คุณโชคดีและสนุกสนานไปกับทุกๆการเดินทางสวัสดีค่ะ  

Facebook
Twitter