สวนสัตว์ในประเทศญี่ปุ่นที่น่าไปแห่งปี 2023 เหมาะสำหรับทริปครอบครัว ! 

สวนสัตว์ในประเทศญี่ปุ่น
สวนสัตว์ในประเทศญี่ปุ่นที่น่าไปแห่งปี 2023 เหมาะสำหรับทริปครอบครัว ! 
สวนสัตว์ในประเทศญี่ปุ่นที่น่าไปแห่งปี 2023 เหมาะสำหรับทริปครอบครัว ! 
สวนสัตว์ในประเทศญี่ปุ่นที่น่าไปแห่งปี 2023 เหมาะสำหรับทริปครอบครัว ! 

การเยี่ยมชมสวนสัตว์ในประเทศต่างๆ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะสวนสัตว์แต่ละแห่งมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก สวนสัตว์เป็นสถานที่ที่ดีหากคุณเดินทางพร้อมเด็กๆ เพราะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและเพิ่มความรู้ให้กับเด็กๆ ในวันนี้เราจะพาคุณมาเยี่ยมชม สวนสัตว์ในประเทศญี่ปุ่นที่น่าไปแห่งปี 2023 เหมาะสำหรับทริปครอบครัว !  ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละประเทศมีสัตว์ที่แตกต่างกัน และในประเทศญี่ปุ่นยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่ในประเทศไทยเราไม่มีหากคุณได้มีโอกาสพาลูกหลานไปเที่ยวในประเทศแห่งนี้ การไปเที่ยวสวนสัตว์เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องไม่ควรพลาด! 

1. สวนสัตว์อุเอโนะ โตเกียว

1. สวนสัตว์อุเอโนะ โตเกียว
1. สวนสัตว์อุเอโนะ โตเกียว

สวนสัตว์อุเอโนะตั้งอยู่ในเมืองโตเกียวซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสวนสัตว์ที่อยู่กลางใจเมือง ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2425 เป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น สวนสัตว์อุเอโนะตั้งอยู่ภายในสวนอุเอโนะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ มีเสือโคร่งสุมาตราและกอริลลาที่ราบลุ่มตะวันตกมากกว่า 460 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ที่สวนสัตว์อุเอโนะ วันจันทร์ส่วนใหญ่ถือเป็นวันหยุด แต่ก็มีบางจันทร์ที่สวนอุเอโนะจะไม่ปิดทำการอย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้มีช้างจากประเทศไทยอยู่ที่นี่ด้วย และกันเลี้ยงสัตว์ของพวกเขาก็ค่อนข้างดูแลสุขภาพสัตว์เป็นอย่างดีนอกจากนี้ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่ประเทศเราไม่มีให้ได้ดูอีกด้วย อย่างไรก็ตามก่อนที่คุณจะเดินทางมาที่นี่คุณควรตรวจสอบวันปิดทำการให้ดีเจก่อนเพราะไม่งั้นอาจมาเสียเที่ยวได้ 

2. สวนสัตว์ธรรมชาติทาคาซากิยามะ โออิตะ

2. สวนสัตว์ธรรมชาติทาคาซากิยามะ โออิตะ

สวนสัตว์ธรรมชาติทาคาซากิยามะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากเป็นสวนธรรมชาติและมีเพียงลิงป่าเท่านั้น ไม่มีกรงและลิงอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการชมลิงที่รวมตัวกันรอบๆ จุดให้อาหาร ใช้เวลานั่งรถบัส 25 นาทีจากสถานี JR Oita และใช้เวลานั่งรถบัส 15 นาทีจากสถานี JR Beppu เปิดให้บริการตลอดทั้งปีตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 17.00 น.อย่างไรก็ตามสิ่งที่คุณควรทราบคือหากคุณไม่ชิ้นเส้นทางไม่ควรขับรถไปและควรนั่งรถประจำทางจะปลอดภัยมากที่สุด 

3.สวนสาธารณะโยโกฮาม่า โนเกยามะ คานากาว่า

3.สวนสาธารณะโยโกฮาม่า โนเกยามะ คานากาว่า

น่าประหลาดใจที่สวนสาธารณะโยโกฮาม่าโนเกยามะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า จึงเป็นข่าวดีที่เราจะสามารถเข้าชมสัตว์ที่นี่ได้ฟรีไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม สวนสัตว์แห่งนี้เป็นที่อยู่ของสัตว์กว่า 100 สายพันธุ์ รวมถึงสิงโต เสือโคร่งไซบีเรีย ชิมแปนซี และยีราฟ น่าเสียดายที่มีสัตว์จำนวนมากได้ย้ายไปที่สวนสัตว์โยโกฮาม่าหรือที่รู้จักกันในชื่อ Zoorasia ตัวอย่างเช่น หมีขั้วโลกได้ย้ายไปที่ Zoorasia อย่างไรก็ตาม 

พื้นที่ที่หมีขั้วโลกอาศัยอยู่นั้นยังคงสภาพเดิมไว้ และผู้เยี่ยมชมสามารถเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงนอกนิทรรศการได้ จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 9.30 น. – 16.30 น. และจะปิดให้บริการในวันจันทร์ แต่วันจันทร์ใดที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์พวกเขาก็จะเปิดทำการตามปกติ อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการไปสวนสัตว์แห่งนี้คุณควรโทรถามหรือตรวจสอบก่อนว่าสวนสัตว์เปิดปิดวันใด เนื่องจากในแต่ละฤดูกาลอาจมีวันหยุดไม่ตรงกัน 

4. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ ฮอกไกโด

4. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ ฮอกไกโด

สวนสัตว์อาซาฮิยามะเป็นสวนสัตว์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับสองในญี่ปุ่น รองจากสวนสัตว์อุเอโนะ ความนิยมนี้เกิดจากการพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของสัตว์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตพฤติกรรมตามธรรมชาติของสัตว์ได้ ตัวอย่างเช่น นกจะถูกเลี้ยงไว้ในกรงขนาดใหญ่ที่พวกมันสามารถบินไปมาได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ในฤดูหนาวนกเพนกวินยังไปเดินเล่นเพื่อออกกำลังกายอีกด้วย 

โดยปกติพวกเขาจะไปวันละสองครั้งเวลา 11.00 น. และ 14.30 น. แม้ว่าในเดือนมีนาคมพวกเขาจะไปเพียงวันละครั้งเวลา 11.00 น. เปิดทุกวันตั้งแต่ 21:30 น. – 16:30 น. ในฤดูหนาว และเปิดถึง 17:15 น. ในฤดูร้อน ในช่วงเทศกาลโอบ้ง (กลางเดือนสิงหาคม) สวนสัตว์จะเปิดให้บริการจนถึงเวลา 21.00 น. ดังนั้นคุณสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ในการเยี่ยมชมสวนสัตว์ได้แม้ในช่วงเวลากลางคืน  

5. แอดเวนเจอร์เวิลด์ วาคายามะ

5. แอดเวนเจอร์เวิลด์ วาคายามะ

แอดเวนเจอร์เวิลด์ไม่ได้เป็นเพียงสวนสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสวนสนุกอีกด้วย มีกรงแบบซาฟารี 2 แบบ ที่สัตว์กินเนื้อและสัตว์กินพืชอาศัยอยู่แยกกัน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไปรอบ ๆ กรงเหล่านี้และเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ซาฟารี เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 9.30 น. ถึง 17.00 น. วันปิดทำการไม่ปกติ ดังนั้นคุณต้องเข้าไปที่เว็บไซต์เพื่อตรวจสอบตารางเวลา ในเดือนสิงหาคม จะเปิดให้บริการถึงเวลา 20.30 น. จึงสามารถชมสัตว์ต่างๆ ได้ในตอนกลางคืน เนื่องจากในแต่ละฤดูกาลช่วงเวลาค่ำจะแตกต่างกันออกไปดังนั้นพวกเขาจึงเซฟความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและสัตว์ด้วยเช่นกัน  

6. ฟูจิซาฟารีปาร์ค ชิซูโอกะ

6. ฟูจิซาฟารีปาร์ค ชิซูโอกะ

Fuji Safari Park เป็นสวนซาฟารีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมรอบๆ อุทยานได้โดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถบัสที่ทางอุทยานเตรียมไว้ให้ มีประมาณ 30 สายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในเจ็ดโซนแยกกัน เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ประมาณ 70 ชนิด ในขณะที่ขี่ Jungle Bus คุณสามารถให้อาหารสิงโตได้หน้าครึ่งเลยใช่ไหมล่ะว่าเราสามารถให้อาหารสิงโตได้  รวมถึงให้อาหารช้าง ยีราฟ และสัตว์อื่นๆ อีกมากมายได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นคุณจึงสามารถใกล้ชิดกับสัตว์ต่างๆ ได้มากกว่าการไปเที่ยวซาฟารีในแอฟริกาจริงๆ การเดินทางนี้ใช้เวลาประมาณ 50 นาที 

ซึ่งเป็นที่นิยมมาก ดังนั้นหากคุณมาในช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์และไม่ต้องการรอ คุณจะต้องจองล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนการมาเยือน สามารถจองทางออนไลน์ได้ แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น และคุณต้องเป็นสมาชิกของ Fuji Safari Club สวนสัตว์แห่งนี้เปิดทุกวันตลอดปี แม้ว่าเวลาเปิดจะเปลี่ยนแปลงก็ตามซึ่งเวลาที่เปลี่ยนแปลงนั้นจะขึ้นอยู่กับในแต่ละช่วงฤดูกาลเนื่องจากภูมิอากาศในแต่ละฤดูนั้นแตกต่างกันออกไปทั้งนี้เพื่อป้องกันความปลอดภัยให้กับทั้งนักท่องเที่ยวและกับสัตว์  นอกจากนี้ยังมีไนท์ซาฟารีในช่วงสุดสัปดาห์ตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงตุลาคม ในช่วงวันหยุดฤดูร้อน ไนท์ซาฟารีจะเปิดให้บริการทุกวันแต่อย่างไรก็ตามเพื่อความแน่ใจคุณควรตรวจสอบก่อนออกเดินทาง จะเป็นการดีที่สุดเพื่อจะไม่เป็นการเดินทางเสียเที่ยว 

7. สวนสัตว์ทามะ โตเกียว

7. สวนสัตว์ทามะ โตเกียว

สวนสัตว์ทามะไม่ใช่สวนสัตว์ซาฟารี แต่เปิดให้สัตว์ต่างๆ เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระมากที่สุด สิงโตอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบซาฟารีและผู้มาเยือนต้องนั่ง Lion Bus เพื่อดูสิงโตเท่านั้นไม่อนุญาตให้รถอื่นเข้าครั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของทั้งสัตว์และนักท่องเที่ยว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคืออุรังอุตังสกายวอล์ค มีเชือกยาว 150 ม. เพื่อให้อุรังอุตังสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ สวนสัตว์แห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 9.30 น. ถึง 17.00 น. ยกเว้นวันพุธ แต่หากวันพุธใดที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์พวกเขาก็จะเปิดทำการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม ยังไงก็ตามก่อนที่คุณจะออกเดินทางหรือมาที่สวนสัตว์แห่งนี้คุณควรโทรตรวจสอบหรือเช็คข่าวสารจากทางเว็บไซต์ให้ดีเสียก่อนเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา 

8. แอฟริกันซาฟารี โออิตะ

8. แอฟริกันซาฟารี โออิตะ

แอฟริกันซาฟารีดำเนินการโดยบริษัทเดียวกับฟูจิซาฟารีปาร์ค ดังนั้นจึงมีความคล้ายคลึงกันหลายประการ เช่นเดียวกับ Fuji Safari Park แอฟริกันซาฟารียังมี Jungle Bus ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินไปรอบๆ สวนสาธารณะและให้อาหารสัตว์ รวมถึงสิงโต ผ่านหน้าต่างที่มีรั้วกั้น ต่างจาก Fuji Safari Park ตรงที่ใครๆ ก็สามารถจองออนไลน์ได้ แต่คุณต้องทำล่วงหน้า 3 วัน และน่าเสียดายที่เว็บไซต์มีเฉพาะภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น เปิดทุกวันตั้งแต่ 9.00 น. ถึง 17.00 น. ในฤดูร้อน และ 10.00 น. ถึง 16.00 น. ในฤดูหนาว มีไนท์ซาฟารีในช่วงวันหยุดฤดูร้อน

8. แอฟริกันซาฟารี โออิตะ

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเรื่องราวของสวนสัตว์ในประเทศญี่ปุ่นที่น่าไปแห่งปี 2023 เหมาะสำหรับทริปครอบครัว ! ที่ได้พาคุณมารู้จักกันในครั้งนี้อย่างไรก็ตามหากบทความนี้มีประโยชน์และคุณชื่นชอบต้องอย่าลืมแชร์ต่อให้กับเพื่อนๆ ของคุณนะคะแล้วพบกันใหม่กับบทความในครั้งต่อไป ขอให้คุณโชคดีและเดินทางอย่างปลอดภัยสวัสดีค่ะ

Facebook
Twitter