Asahi Super Dry Hall เจ้าเมฆสีทองก้อนนั้น มันคืออะไร?

Asahi Super Dry Hall

เดินลั๊ลลาอยู่แถวๆ อาซากุสะ มองไปไกลๆ ก็ไปสะดุดตากับอะไรสักอย่าง อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำสุมิดะ ลักษณะเหมือนกับก้อนเมฆสีทองในการ์ตูนดราก้อนบอลเลย เท่านั้นยังไม่พอ ที่สะพานอาสึมะบาชิ ก็เห็นนักท่องเที่ยวยืนถ่ายรูปวิวที่มีเจ้าก้อนเมฆสีทองนี้คู่กับตึกโตเกียวสกายทรีกันอีก ด้วยความสงสัย แบบนี้ต้องลงพื้นที่ไปสืบดูสักหน่อย

ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น! เมื่อสืบดูแล้วก็พบว่า จริงๆ แล้ว เจ้าก้อนสีทองๆ นั่นก็คือ “ฟองเบียร์” เป็นฟองเบียร์ของเบียร์ Asahi Super Dry ที่เป็นเบียร์ขึ้นชื่อของบริษัทอาซาฮีนั่นเอง และอาคารนี้มีชื่อว่า “Asahi Super Dry Hall” เป็นอาคารที่มีทางเชื่อมกับตึก Asahi Beer Tower ที่เป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทอาซาฮีด้วย ตึกนี้ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ชื่อว่า Philippe Starck และสร้างขึ้นเมื่อปี 1989 โดยตึกฟองเบียร์ที่เขาออกแบบมานี้ มีชื่ออีกชื่อ  หนึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “Flamme d’Or” แปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า “Golden Flame” คือไฟสีทอง ที่สื่อถึงจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นของบริษัทอาซาฮี แต่! บางคนก็มองเห็นต่างออกไป แทนที่จะมองว่าเป็นฟองเบียร์ หรือ ไฟสีทอง กลับเห็นเป็น ปลาวาฬบ้าง ลูกอ๊อดบ้าง นี่ยังดีนะครับ ที่หนักสุดเลยคือ “อุนจิ หรือ อุจระ!” แต่ก็โทษเขาไม่ได้อะเนาะ ก็ดูเอาสิ ทั้งรูปร่าง ทั้งสี ชวนคิดมั้ยล่ะ เง้ออ~

Asahi Super Dry Hall 1

สวรรค์แห่งนักดื่มเบียร์

ภายในมีร้านอาหาร ที่ชื่อว่า “Flamme d’Or” เป็นร้านอาหารที่อยู่ในส่วนของตึก Asahi Super Dry Hall บรรยากาศภายในร้านนั้นเป็นบรรยากาศแบบสบายๆ น่านั่งชิลๆ ส่วนเมนูนั้นแน่นอนว่าเขาคัดสรรมาอย่างดีและต้องเป็นเมนูที่กินแล้วเข้ากันกับเบียร์อาซาฮีอีกด้วย ดังนั้น เมนูจำพวกไส้กรอกก็จะมีให้เลือกมากมาย เสิร์ฟพร้อมซอสมัสตาร์ด กินกับเบียร์อาซาฮีเย็นๆ คุณเอ๊ยยย! สวรรค์ชัดๆ นอกจากนั้นยังมีเมนูอื่นๆ แนะนำอีกด้วย เช่น คุชิยากิ หรือ อาหารเสียบไม้อย่าง ต้องให้บรรยายมั้ยเนี่ยว่ากินแกล้มเบียร์แล้วมันฟินแค่ไหน ไหนจะมีหอยแมลงภู่อบเบียร์เอย ซี่โครงหมูอบซอสบาร์บีคิวเอย และเมนูอื่นๆ อีกเพียบ! เรียกได้ว่าสวรรค์แห่งนักดื่มเบียร์เลยก็ว่าได้

“สวรรค์ของนักดื่ม” ผมกล้าใช้คำนี้เลย สำหรับในส่วนของเครื่องดื่ม สิ่งที่อยากนำเสนอเป็นอย่างแรกเลยแน่นอนต้องเป็น “เบียร์” อยู่แล้ว มาถึงถิ่นแล้ว ยังไงก็อยากแนะนำให้ได้ลองครับ กับเบียร์ “Asahi Super Dry” เบียร์ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทอาซาฮี และนอกจากเบียร์ของอาซาฮีแล้ว เขาก็ยังมีเบียร์นำเข้าจากยุโรปให้ได้ดื่มกันด้วยครับ อาทิเช่น Grolsch Beer เบียร์สัญชาติดัตช์ และ Pilsner Urquell ที่มาจากสาธารณรัฐเช็ก และนอกจากเบียร์แล้วก็ยังมีค็อกเทล ไวน์ วิสกี้ สาเก เหล้าบ๊วย แต่ถ้าไม่ใช่สายแอล น้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่นี่เขาก็มีครับ

Asahi Super Dry Hall 2

ที่ชั้น 1 นั้น จะมีมุมนิทรรศการที่บอกเล่าประวัติของบริษัทอาซาฮี ขั้นตอนการทำเบียร์ และเกร็ดความรู้อีกหลายอย่าง เดี๋ยวเราจะค่อยๆ มาดูกันครับ บริษัทอาซาฮีนั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1899 ที่เมืองโอซาก้า ใกล้ๆ กับสะพานอาซาฮี โดยเริ่มจากการเป็นโรงเบียร์เล็กๆ ชื่อ “Osaka Beer Brewing” แต่ปัจจุบันก็ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ “Asahi Breweries Group” ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดที่เรียกว่าเป็นเบียร์อันดับ 1 ของญี่ปุ่นนั้นก็ผ่านมรสุมต่างๆ มาอย่างมากมาย 

เป็นที่รู้กันว่า เบียร์รุ่น “Asahi Super Dry” นั้นคือพระเอกของบริษัทอาซาฮี แต่ตอนที่เขาทำเบียร์ตัวนี้ขึ้นมานั้น เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะดังเปรี้ยงปร้างขนาดนี้ งบในการโฆษณานั้นก็มีน้อยมากๆ แต่ดวงคนมันจะรุ่ง ดวงมันจะพุ่ง อะไรก็หยุดไม่อยู่ ก็ทำเบียร์ตัวนี้ออกมาแล้วก็โฆษณาไปว่า เบียร์ตัวนี้มีรสชาติเผ็ดนะ คนก็ หืม? เบียร์เผ็ด? ด้วยความแปลกคนก็เลยบอกกันปากต่อปาก แล้วก็ดังเปรี้ยงเป็นพลุแตก

Asahi Super Dry Hall 3
Asahi Super Dry Hall 4

ความแตกต่างของเบียร์ Asahi Super Dry กับ เบียร์อื่นๆ คือ เบียร์ทั่วๆ ไป จะกินแล้วรู้สึกสดชื่น ชุ่มคอ เน้นไปทางการดื่ม การจิบเพลินๆ แต่เบียร์ Asahi Super Dry นั้น เมื่อดื่มเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกชุ่มคอ และมีรสเผ็ดนิดๆ เป็นเบียร์ที่เหมาะกับที่จะดื่มไป กินกับแกล้มไปด้วย ซึ่งมันดันไปตรงกับลักษณะการดื่มเบียร์ของคนญี่ปุ่นพอดี ด้วยเหตุนี้ Asahi Super Dry ก็เลย BINGO!!!

อ่านมาถึงตรงนี้อยากลองดื่ม Asahi Super Dry กันบ้างมั้ยครับ ผมนี่ว่าเขียนจบจะไปจัดซักป๋องละ 555 ล้อเล่นนะครับ สำหรับตอนหน้า เดี๋ยวผมจะพาไปชมร้านอาหาร ที่อยู่ในอาคาร Asahi Beer Tower กันบ้าง รับรองว่าทั้งอร่อย ทั้งวิวดี ยังไงติดตามต่อได้ในตอนหน้านะครับ

Asahi Super Dry Hall 5

เครดิตรูป https://matcha-jp.com/en/956

เครดิตรูป https://www.ndc.co.jp/en/works/asahi-superdry-2015/

เครดิตรูป https://stephenvaradyarchitraveller.com/2016/05/04/tokyo-la-flamme-dor-japan/la-flamme-dor-tokyo-philippe-starck-13_stephen-varady-photo/

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter