Kaminarimon (Asakusa Ep1) ประตูโคมแดงยักษ์ที่ใครมาก็อดถ่ายรูปไม่ได้

Kaminarimon (Asakusa Ep1) ประตูโคมแดงยักษ์ที่ใครมาก็อดถ่ายรูปไม่ได้

ถ้ามาโตเกียว ผมเชื่อว่าแทบจะทุกคน อย่างน้อยสักครั้งต้องมีแพลนที่จะมาที่วัดเซนโซจิ ที่ย่านอาสะกุสะกันแน่ๆ แลนด์มาร์คสำคัญที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด ชนิดที่ว่าไม่มีรูปคู่กับโคมแดงที่ประตูคามินาริกลับไปแล้วละก็ เหมือนกับว่าคุณมาไม่ถึงโตเกียวเลยล่ะ ร้ายแรงขนาดนั้นเลย 555

ประตูคามินารินั้น จริงๆ แล้วถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 941 โดยผู้บัญชาการทหารท่านนึง หลังจากนั้นผ่านไปหลายยุคหลายสมัยประตูก็ถูกทำลายบ้าง ไฟไหม้บ้าง สร้างๆ พังๆ อยู่เรื่อยมา จนกระทั่งปี 1865 เกิดไฟไหม้ขึ้นอีก ประตูคามินาริจึงถูกไฟไหม้ไปด้วย วัดเซนโซจิ ก็อยู่กันมาแบบไม่มีประตูคามินาริยาวนานมาจนถึง 95 ปี พอเมื่อถึงปี 1960 คุณมัตสึชิตะ โคโนะสุเกะ ท่านเป็นประธานของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้ามัตสึชิตะ (ปัจจุบันคือ บริษัท พานาโซนิค) ท่านได้ล้มป่วยลง และได้มาไหว้พระขอพรที่วัดเซนโซจิ หลังจากนั้นสุขภาพของท่านก็ดีขึ้นจนหายในที่สุด ท่านจึงบริจาคเงินมาสร้างประตูคามินาริขึ้นใหม่ ซึ่งก็ยังคงอยู่มาถึงปัจจุบัน 

Kaminarimon (Asakusa Ep1) ประตูโคมแดงยักษ์ที่ใครมาก็อดถ่ายรูปไม่ได้ 02

ประตูคามินารินั้นมีความสูงอยู่ที่ 11.7 เมตร และกว้าง 11.4 เมตร และจริงๆ แล้ว ชื่อของประตูคามินารินั้น ก็คือ “ประตูฟูไรจินมง” ตั้งชื่อตามเทพแห่งลม และ เทพแห่งสายฟ้า  ซึ่ง “ฟูจิน” ก็คือ เทพแห่งสายลม ส่วน “ไรจิน” นั้น คือเทพแห่งสายฟ้า ส่วนคำว่า “มง” แปลว่าประตู พอเอามารวมกันก็คือ “ประตูแห่งเทพสายฟ้าและเทพแห่งสายลม” โดยที่ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของประตูนั้นก็จะเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเทพทั้งสององค์นี้ด้วย ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไปนานวันขึ้น จากชื่อยาวๆ ที่เขียนด้วยอักษรคันจิ 3 ตัว ฟุไรจินมง ก็ถูกเรียกให้สั้นขึ้นเหลือแค่ ตัว “ไร” กับ ตัว “มง” ซึ่งตัวคันจิ 雷 สามารถอ่านได้สองแบบคือ “ไร” กับ “คามินาริ” ชื่อจึงกลายมาเป็น “คามินาริมง” แบบในปัจจุบัน

Kaminarimon (Asakusa Ep1) ประตูโคมแดงยักษ์ที่ใครมาก็อดถ่ายรูปไม่ได้ 03

ตรงกลางของประตูนั้นจะมีโคมแดงขนาดใหญ่(มากๆ) คือ เห็นปุ๊บ สะดุดตาเลย และถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของวัดเซนโซจิเลยก็ว่าได้ครับ ถึงขนาดที่ว่าหลายคนยังเรียกวัดเซนโซจิว่า “วัดโคมแดง” เลย ตัวโคมแดงสูง 3.9 เมตร กว้าง 3.3 เมตร และมีน้ำหนักมากถึง 700 กิโลกรัมเลยทีเดียว! วัสดุที่ใช้ทำโคมนั้น ตัวโครงทำมาจากไม้ไผ่จากจังหวัดเกียวโต แล้วแปะทับด้วยกระดาษญี่ปุ่นมากถึง 300 แผ่น ซึ่งจะมีการเปลี่ยนกระดาษใหม่ทุกๆ 10 ปี โคมไฟนี้สร้างขึ้นโดยร้านโคมไฟจากจังหวัดเกียวโต ชื่อร้านว่า ทาคาฮาชิโชจิน ส่วนที่ฐานของโคมนั้น มีการสลักชื่อของคุณมัตสึชิตะ โคโนะสุเกะ ผู้สร้างประตูคามินาริขึ้นมาใหม่เอาไว้อีกด้วย 

Kaminarimon (Asakusa Ep1) ประตูโคมแดงยักษ์ที่ใครมาก็อดถ่ายรูปไม่ได้ 04

คนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับโคมแดง คือ มาถึง ถ่ายรูปกับโคมแดงแล้วเดินเข้าไปวัดเซนโซจิเลย ซึ่งจริงๆ แล้วที่โคมแดงนั้นยังมีจุดที่น่าสนใจอีกจุดนึงคือ รูปสลักมังกรที่อยู่ใต้โคม โดยมีความเชื่อเล่าต่อๆ กันมาว่า ตอนที่ผู้สร้างวัดดึงแห แล้วติดพระพุทธรูปขึ้นมาด้วยนั้น เห็นว่ามีเทพมังกรปรากฏตัวออกมาด้วย เลยทำให้ในวัดเซนโซจินั้นมีประติมากรรมต่างๆ เกี่ยวกับมังกรอยู่ด้วย  หรือกับ อีกความเชื่อนึงคือ มังกรคือเทพที่อาศัยอยู่ในน้ำ มีอิทธิฤทธิ์เรียกน้ำ เรียกฝนได้ และสมัยก่อนนั้นเกิดเพลิงไหม้วัดเซนโซจิอยู่หลายครั้ง การมีเทพมังกรสถิตอยู่ที่ประตู ก็อาจจะเชื่อว่ามีเทพมังกรคอยปกปักรักษาวัดนี้อยู่นั่นเองครับ

Kaminarimon (Asakusa Ep1) ประตูโคมแดงยักษ์ที่ใครมาก็อดถ่ายรูปไม่ได้ 05

เมื่อลอดประตูคามินาริมาแล้ว พอเราหันกลับไปเราก็จะเห็นรูปปั้นชายหญิงอยู่ฝั่งละ 1 ตัว รูปปั้นผู้ชายก็คือ เทนริว และส่วนอีกอัน คือ รูปปั้นผู้หญิงชื่อว่าคินริว ซึ่งทั้งสองคนนั้นเชื่อกันว่าเป็นเทพมังกรแปลงร่างเป็นคนมา เพื่อคอยปกปักรักษาวัดเซนโซจิ แล้วเขารู้กันได้ยังไงว่าสองคนนี้คือเทพมังกรแปลงร่างมา? นั่นเป็นเพราะว่า ที่ก้นของรูปปั้นทั้งสองนั้นมีหางมังกรโผล่ออกมาด้วยนั่นเองครับ

พอลอดประตูคามินาริกันมาแล้ว เราก็ยังไม่ถึงตัววัดเซนโซจิเลยนะครับ เรายังต้องเจอกับด่านสิบแปดอรหันต์ละลายทรัพย์กันก่อน นั่นก็คือ “ถนนนากามิเสะโดริ” นั่นเอง ถนนนี้จะน่ากลัวยังไง ละลายทรัพย์ได้โหดขนาดไหน เรามาติดตามกันได้ในตอนหน้าครับ

เครดิตรูป https://matcha-jp.com/en/997

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter