Tokyo Tower สัญลักษณ์แห่งความหวังของเมืองโตเกียว

Tokyo Tower

ตอนนี้เราลองมาเที่ยวกันที่หอคอยที่เก่าแก่กันดูบ้างครับ ซึ่งมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนานและมีความน่าสนใจมาก นั่นก็ “Tokyo Tower” นั่นเองครับ

ที่มาของหอคอย Tokyo Tower

หลังจากประเทศญี่ปุ่นได้แพ้สงคราม ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1945 ในช่วงนั้นประเทศญี่ปุ่นได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะเมืองหลักๆ อย่างเมืองโตเกียวที่ถูกโจมตีทางอากาศบ่อยมากๆ เมื่อสงครามจบลง ประเทศญี่ปุ่นก็ค่อยๆ ฟื้นตัวจากสงคราม เมืองหลวงอย่างโตเกียวนั้น ก็ต้องรีบเร่งที่จะฟื้นฟูเมืองกลับมาเช่นกัน จึงได้มีการวางแผนที่จะสร้างหอคอยส่งสัญญาณขึ้นมาในกรุงโตเกียว

Tokyo Tower 1

หอคอย Tokyo Tower นั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อกลางปี 1957 โดยบริษัท Takenaka ใช้รูปการสร้างแบบอาคารญี่ปุ่นโบราณที่เน้นความแข็งแรงและยืดหยุ่น เพราะประเทศญี่ปุ่นนั้นเกิดแผ่นดินไหวค่อนข้างบ่อย ตัวอาคารจึงต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อรับแรงสั่นไหวจากแผ่นดินไหวครับ หอคอยสร้างเสร็จเมื่อปลายปี 1958 ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 2.8 พันล้านเยน โดยจุดประสงค์การสร้างหอคอยนี้ขึ้นมานั้น ก็เพราะจะใช้เป็นหอคอยส่งสัญญาณสื่อสารหลักในกรุงโตเกียว แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เพื่อต้องการให้หอคอยโตเกียวทาวเวอร์นั้น เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง และ ฟื้นฟูขวัญกำลังใจของประชาชนที่พึ่งผ่านเหตุการร้ายอย่างสงครามโลกครั้งที่สองมา

Tokyo Tower 2

หอคอย Tokyo Tower นั้น มีความสูงอยู่ที่ 332.6 เมตร หรือ 1,091ฟุต ตัวหอคอยเป็นสีแดงสูงใหญ่สวยงาม ยิ่งถ้าเป็นช่วงกลางคืนก็จะยิ่งสวยเลยครับ เพราะเขาจะจัดไลท์ที่หอคอย ซึ่งหอคอยก็จะสว่างไสวเป็นสีส้มแดง สวยจริงๆ ครับ โดยรูปแบบหอคอยโตเกียวทาวเวอร์นั้นได้รับแรงบันดาลมาจากหอไอเฟล ที่ประเทศฝรั่งเศส เลยทำให้โตเกียวทาวเวอร์นั้น กลายเป็นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมไปในที่สุด ซึ่งในแต่ละปีนั้นก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมมากถึง 2.5 ล้านคนเลยทีเดียว!

มีอะไรบ้างในหอคอย หอคอย Tokyo Tower

ตัวหอคอยเมื่อก่อนนั้นใช้ในงานสื่อสารและกระจายสัญญาณโทรทัศน์เป็นหลัก รวมถึง สถานีโทรทัศน์ใหญ่ๆ ด้วย เช่น NHK , TBS และอีกเยอะแยะมากมาย ต่อมาได้มีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีทั้งจุดชมวิว ร้านอาหาร คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์และอีกหลายอย่างมากมาย โดยจุดชมวิวของที่นี้นั้น จะอยู่ที่ระดับความสูง 150 เมตร กับ 250 เมตรครับ จากบนจุดชมวิวนี้ เราสามารถมองเห็นวิวเมืองโตเกียวได้ทั่ว 360 องศาเลย และในวันฟ้าเปิดก็ยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วยครับ ที่จุดชมวิวนี้ก็มีจุดหวาดเสียวเหมือนกับที่โตเกียวสกายทรีเลยครับ พื้นกระจกนั่นเอง แต่ผมรู้สึกว่าที่นี่ดูหวาดเสียวกว่านะครับ เพราะเรามองลงไปถึงพื้นได้เลย แต่ของโตเกียวสกายทรีจะเป็นพื้นกระจก และข้างใต้เขาจะมีเหมือนกรงเหล็กเซฟไว้อีกชั้นนึง เราต้องมองลอดระหว่างช่องเหล็กลงไปอีกทีครับ

Tokyo Tower 3

ที่ใต้หอคอยนั้น มีอาคาร 4 ชั้น ซึ่ง แต่ละชั้นก็จะมีจุดที่น่าสนใจแตกต่างกันไปครับ ในชั้นที่ 1 นั้น จะเป็น Tokyo Tower Aquarium เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่รวบรวมสัตว์น้ำไว้มากถึง 800 สายพันธุ์ และมีปลาจัดแสดงไว้ให้เราได้เที่ยวชมมากถึง 50,000 ตัวกันเลยทีเดียว ต่อมาในชั้นที่ 2 นั้นจะเป็นส่วนของร้ายขายของที่ระลึกและร้านอาหารซึ่งรวบรวมร้านอาหารไว้มากมายให้ได้เลือกทาน ถ้าเดินเที่ยวจนหิวแล้วล่ะก็ แวะมาฝากท้องกันที่นี่ได้เลยครับ 

ในชั้นที่ 3 นั้นจะส่วนของ Tokyo Tower Carnival ที่มีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของบุคคลสำคัญทั้งจากญี่ปุ่นและบุคคลสำคัญระดับโลก นอกจากนั้นยังมีโซน Mysterious Walking Zone ซึ่งเขาได้มีการจัดแสดงเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำสมัย รวมถึงการแสดงภาพแบบ 3 มิติที่น่าทึ่งอีกด้วยครับ ชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายนั้นจะเป็นหอศิลป์ที่จะแสดงผลงานภาพศิลปะต่างๆ และ ภาพสามมิติ ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโตเกียวทาวเวอร์ และ ประเทศญี่ปุ่นให้ได้ชมกันครับ

Tokyo Tower 4

การเดินทางไป หอคอย Tokyo Tower

สำหรับการเดินทางมายัง หอคอย Tokyo Tower นั้น การเดินทางที่สะดวกที่สุดก็คือการเดินทางมาด้วยรถไฟครับ โดยนั่งมาลงที่สถานี Akabanebashi Station จากนั้นเดินต่อมาอีก 5-10 นาทีก็ถึงละครับ สำหรับคนญี่ปุ่นนั้นโตเกียวทาวเวอร์ เป็นมากกว่าหอคอยสื่อสาร มีคุณค่าทางใจ และอยู่คู่เมืองโตเกียวมาอย่างยาวนาน และถ้าหากเพื่อนๆ ได้มาเที่ยวโตเกียวแล้วล่ะก็ อยากให้ลองแวะไปเที่ยวที่นี่กันดูครับ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ขอบอกว่าสวยมากๆ เลยครับ เป็นอีกที่ๆ ห้ามพลาดเลยจริงๆ

เครดิตรูป https://blog.traveloka.com/th/international-activity/japans-buy-ticket/attachment/tokyo-tower-1/

เครดิตรูป https://www.touristsecrets.com/destinations/tokyo-tower-all-you-need-to-know/

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter