Shinjuku Prince Hotel ชินจูกุ ปรินซ์ โฮเท็ล

Shinjuku Prince Hotel ชินจูกุ ปรินซ์ โฮเท็ล

สำหรับผมแล้วย่านชินจูกุ ในเมืองโตเกียว นั้นเปรียบเหมือนกับสถานที่ๆ แม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน แม่น้ำสายแรกคือ “สายช็อปปิ้ง” และอีกสาย คือ “สายกินดื่ม” ที่นี่คือสวรรค์ของสองสายนี้ เพราะย่านนี้คึกคักมาก เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารมากมาย รวมไปถึงโรงแรมด้วยก็เช่นกัน Shinjuku Prince Hotel คือ หนึ่งในหลายๆ โรงแรมในย่านชินจูกุที่ถือว่าดีเลยครับ  ดียังไงมาดูกันครับ

ก่อนอื่นอันดับแรกมาดู ในเรื่องของทำเลกันก่อนครับ ในเรื่องของการเดินทางนั้น Shinjuku Prince Hotel อยู่ติดกับสถานีรถไฟ JR Shinjuku Station และ Seibu-Shinjuku Station เท่านั้นยังไม่พอยังติดกับสถานีรถไฟใต้ดินที่เป็นศูนย์รวมของรถไฟใต้ดินอีกหลายสายมากๆ ดังนั้นเรื่องการเดินทางทั้งจากสนามบิน หรือ ภายในเมืองโตเกียวเรียกได้ว่าสะดวกแน่นอนครับ 

การเดินทางออกไปเที่ยวนอกเมืองนั้นก็สะดวกไม่แพ้กัน สำหรับใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวที่ Nikko-Kinugawa ก็สามารถมาขึ้นรถไฟที่สถานี Shinjuku ได้เลย หรือ ใครที่มีแพลนจะไปดูภูเขาไฟฟูจิที่คาวากุจิโกะ ก็มาขึ้น Highway Bus ได้ที่ชั้น 4 ของสถานีรถไฟ Shinjuku ได้อีกเช่นกันครับ

Shinjuku Prince Hotel ชินจูกุ ปรินซ์ โฮเท็ล 4

เรื่องกิน-ช็อป ไม่ต้องสืบ เพราะอย่างที่บอกไปว่าโรงแรม Shinjuku Prince Hotel นั้นตั้งอยู่ใจกลางย่านชินจูกุ เอาง่ายๆ เลยครับถ้าไม่นับร้านต่างๆในย่านชินจูกุ นับเฉพาะแค่ร้านที่อยู่ในสถานีรถไฟ Shinjuku แค่นั้นพอ กระเป๋าสตางค์ก็ละเอียดเป็นผุยผงละครับ 555 คือมันใหญ่มาก ใหญ่มากจริงๆ ผมเคยนะ ไปเดินเล่น เดินไปเพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็หลงแล้วครับ 555 ดังนั้น สายกิน สายช็อป นี่คือสวรรค์ของพวกคุณ!

ในส่วนของตัวโรงแรมนั้น เป็นอาคารสีอิฐแดง สูง ใหญ่ เด่นเลยล่ะครับ มีพนักงานต้อนรับบริการตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเขามี พนักงานพูดภาษาไทย ด้วยครับ ตรงนี้ถือว่าดีมากๆ เพราะนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับใครที่ภาษาไม่แข็งแรงแล้ว เขายังช่วยให้คำแนะนำอื่นๆ ให้เราได้อีกด้วย เช่น เส้นทาง ห้างร้านต่างๆ ที่น่าสนใจ มีพนักงานพูดภาษาเดียวกันด้วยแบบนี้ บอกเลยว่าอุ่นใจครับ

Shinjuku Prince Hotel ชินจูกุ ปรินซ์ โฮเท็ล 1

ภายในห้องพัก

ห้องพักของที่นี่นั้น ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น หรูหรา มีการใช้สีของผ้าม่าน สีของพรม และสีของผนังให้ตัดกับสีขาวของเตียง สวย ดูมีระดับ ลงตัวมากๆ ครับ และสิ่งที่สวยไม่แพ้กัน คือแสงสียามค่ำคืนของเมืองโตเกียว ยิ่งถ้าเราได้ห้องชั้นสูงๆ หน่อยนะครับ วิวจะยิ่งสวยเลย  ตอนเช็คอินลองอ้อนๆ พนักงานที่รีเซปชั่นดูนะครับ พนักงานที่นี่น่ารัก เป็นกันเองครับ พร้อมช่วยเหลือเราเต็มที่ครับ สำหรับห้องของที่นี่ ผมขอแบ่งเป็น 2 แบบง่ายๆ ละกัน คือ Standard กับ Delux ซึ่งจะแตกต่างกันตรงที่ขนาดของห้องครับ โดยที่ Standard ความกว้างของห้องจะอยู่ที่ 15 ตารางเมตร และ ห้องแบบ Delux นั้นจะกว้าง 31 ตารางเมตรครับ กว้างมากเลยทีเดียว

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องนั้น เตรียมไว้ให้เราอย่างครบครัน ทั้งทีวี ตู้เย็น ตู้เซฟ กาน้ำร้อน มี Wifi Free และมีห้องน้ำในตัว ภายในห้องน้ำก็มีอุปกรณ์อาบน้ำเตรียมไว้ครบ ชนิดที่ว่ามาตัวเปล่ายังได้เลย อ้อ! ที่นี่มีอ่างอาบน้ำด้วยครับ อันนี้ผมชอบเป็นการส่วนตัว โรงแรมไหนไม่มีนะ โดนหักคะแนนแน่นอน

Shinjuku Prince Hotel ชินจูกุ ปรินซ์ โฮเท็ล 2

ที่ชั้น 25 นั้นจะเป็นร้านอาหาร Fuga-Wafu ที่เปิดให้บริการอาหารสไตล์ญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังมีส่วนของบาร์ด้วย นั่งทานอาหารอร่อยๆ ดื่มไปด้วย ชมวิวเมืองโตเกียวยามค่ำคืน ก็ฟินไปอีกแบบครับ และที่นี่เขายังมีห้องอาหารอีกที่นึงด้วย คือ Prince Marche สำหรับที่ห้องอาหารนี้เขาเปิดให้บริการอาหารแบบตะวันตกเป็นหลัก แต่ก็มีบางเมนูที่เป็นสไตล์ญี่ปุ่นด้วยครับ

Shinjuku Prince Hotel ชินจูกุ ปรินซ์ โฮเท็ล 3

สำหรับจุดที่ผมคิดว่าหลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยชอบ คือ ห้องแบบ Standard ที่มีขนาด 15 ตารางเมตร คือ พอมีห้องน้ำในตัว บวกกับเตียงเดี่ยว เลยทำให้รู้สึกว่าห้องค่อนข้างคับแคบ ยิ่งถ้าใครเป็นสายช็อป หรือ ใครที่ใช้กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ ตรงนี้ผมมองว่าไม่สะดวกครับ ต่อมาคือเรื่องของห้องน้ำ จะสังเกตว่าผนังห้องน้ำนั้นจะคล้ายๆ พลาสติก แล้วมันไม่เก็บเสียง เวลาข้างห้องอาบน้ำ หรือ ไปโดนก็จะเกิดเสียง ก็จะดังมาถึงห้องเรา ในทางกลับกัน ถ้าเราไปโดนแล้วมีเสียง เสียงเราก็ดังไปถึงห้องข้างๆ ด้วยเช่นกันครับ

Shinjuku Prince Hotel นั้นถือว่าเป็นโรงแรมที่มีทำเลดีมากๆ เหมาะสำหรับใครที่ตั้งใจจะมาช็อป มากิน แถมยังเดินทางสะดวกอีกด้วยครับ เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว ข้อเสียก็พอมีบ้างนิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับข้อดีแล้ว ถือว่าคุ้มค่าที่จะมาพักที่นี่มากครับ

เครดิตรูป และ อ้างอิง https://www.booking.com

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter