<strong>ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ พร้อมสถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ของประเทศญี่ปุ่น! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคยและเมื่อฤดูกาลแห่งการชมดอกไม้ไฟมาถึง เราเชื่อว่าใครหลายคนจะต้องกำลังมองหาสถานที่ในการชมดอกไม้ไฟกันอยู่อย่างแน่นอน และจะดีแค่ไหนหากการได้จูงมือใครสักคนไปชมด้วยกัน  ในครั้งนี้เราจึงได้รวบรวมเรื่องราวของ ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ พร้อมสถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ของประเทศญี่ปุ่น ! มาฝากคุณกันไว้ที่นี่เพราะเราเชื่อว่าจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านที่ต้องการทราบถึงรายละเอียดต่างๆ ของเทศกาลดอกไม้ไฟ รวมทั้งแหล่งชมดอกไม้ไฟที่สวยงามในประเทศญี่ปุ่นกันมากยิ่งขึ้น หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีความเป็นมาอย่างไร และแต่ละสถานที่ที่เรานำมาฝากนั้นจะน่าสนใจขนาดไหน ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ สำหรับตำนานและจุดเริ่มต้นของดอกไม้ไฟในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหลากหลายเรื่องราวที่ถูกเล่าขานต่อๆกันมา แต่ครั้งนี้เราจะขออนุญาตย้อนไปในช่วงราวๆศตวรรษที่ 16 ซึ่งได้มีท่านโชกุนคนแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า โทกุกาวะ อิเอยาสุ ซึ่งในขณะนั้นท่านได้รับของกำนัลจากพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งประเทศอังกฤษ ซึ่งของกำนันนั้นก็คือดอกไม้ไฟ และหลังจากนั้นก็ได้รับของกำนัลจากกลุ่มพ่อค้าชาวจีน จนกลายเป็นความนิยมของกลุ่มขุนนางและผู้ที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ต่างๆแห่งเมืองเอโดะ  ต่อมาในช่วงปีค. ศ. 1733 ได้มีการจัดเทศกาลเพื่อบูชาเทพแห่งสายน้ำที่มีชื่อว่า Suijinsai ขึ้น ซึ่งได้มีการจัดเทศกาลดอกไม้ไฟนี้เกิดขึ้นที่แม่น้ำสุมิดะ สำหรับการจัดงานนี้เพื่อเป็นการอุทิศและปัดเป่าภัยร้ายต่างๆและเป็นการอุทิศให้กับเหล่าวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับเทศกาลนี้มักจะถูกจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของทุกๆปี  และยังคงจัดกันมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงในยุคปัจจุบัน  ซึ่งลักษณะของดอกไม้ไฟในแบบต่างๆ ก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทรงกลม ทรงหัวใจ ซึ่งดูแล้วจะถูกบรรจุอยู่ในเปลือกทรงกลม ซึ่งแตกต่างจากเปลือกดอกไม้ไฟของประเทศอื่นๆ จากนั้นเมื่อต้องการจุดก็สามารถจุดไฟตรงปลายกระบอกได้เลย จากนั้นไฟก็จะพุ่งขึ้นไปบนฟ้าแล้วก็จะกระจายออกอย่างงดงามให้เราได้ชม   สำหรับการแต่งกายเพื่อไปชมดอกไม้ไฟนั้นในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงนิยมสวมใส่ชุดยูกาตะเพื่อไปชมดอกไม้ไฟ (ตัวอย่างของชุดยูกาตะคุณสามารถรับชมจากภาพด้านบนที่เรานำมาฝากกันนี้ได้เลย) และถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับท่านที่ไม่สะดวกก็สามารถสวมชุดธรรมดาที่มีเนื้อผ้านุ่มเบาบางสวมใส่สบายไปชมก็ได้ เนื่องจากเทศกาลดอกไม้ไฟนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะจัดในฤดูร้อนและในช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นนั้น ค่อนข้างร้อนมากในบางปีอาจร้อนมากกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ จึงแนะนำว่าคุณอาจจะสวมกางเกงขาสั้นและแต่งตัวสบายๆไปชมจะดีกว่า เพียงแต่แต่งกายให้สุภาพและให้เกียรติสถานที่ก็น่าจะเพียงพอ   1. งานเทศกาลดอกไม้ไฟฟุคุโรอิ […]

<strong>5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามแห่งเมืองฮอกไกโด ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคย และในครั้งนี้เราก็ยังคงอยู่กันในฝั่งฮอกไกโดเช่นกัน แต่ในครั้งนี้เราจะพาคุณมาชิลล์ไปกับ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามแห่งเมืองฮอกไกโด ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! กันบ้าง เพราะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้นทัศนียภาพของสถานที่ต่างๆนั้น ย่อมมีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งคุณจะพบกับความรู้สึกและบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกและจะทำให้คุณรู้สึกฟินแบบแบบเวอร์ๆกันเลยล่ะ และในครั้งนี้พวกเราทีมงานได้รวบรวมแต่ละสถานที่ สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองฮอกไกโดมาฝากคุณกันไว้ตรงนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยากทราบกันแล้วว่าในแต่ละจุดนั้นจะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงไหนนั้น ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.โซอุนเคียว (คามิคาวะ)  เราจะพาคุณมาเริ่มต้นกับสถานที่แห่งแรกที่มีชื่อว่า โซอุนเคียว (คามิคาวะ) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหุบเขาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้าของอุทยานแห่งชาติที่ชื่อว่า ไดเซ็ตสึซัน  หากคุณต้องการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ขอแนะนำให้คุณเลือกที่พักในย่านเมืองออนเซ็น เพราะคุณจะได้ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถเข้าไปท่องเที่ยวยังน้ำตกโมมิจิดากิได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นเส้นทางที่อยู่ใกล้ๆกัน สำหรับการเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้คุณสามารถเดินทางจากสนามบินอาซาฮิคาวะโดยการนั่งรถยนต์ส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีในการมาถึง และควรมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคมไปจนถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้กำลังเฮียตี๋ได้อย่างงดงาม ไปหาคุณต้องการเดินทางมาโดยรถไฟคุณก็สามารถมาลงยังสถานี Kamikawa แล้วนั่งรถบัสต่อมาลงยังป้ายSounkyo Onsen ได้เลยเมื่อถึงแล้วก็ใช้เวลาที่ไม่เกิน 5 นาทีในการเดินมายังสถานที่แห่งนี้ แต่ทางที่ดีที่สุดคุณควรตรวจสอบที่พักให้ดีไปก่อนก่อนที่จะทำการเดินทางมาถึง  2.โจซังเค (ซัปโปโร)  หากมาถึงเมือง Hokkaido แล้วไม่ถามถึงสถานที่แห่งนี้ เห็นทีก็คงจะไม่ได้ซึ่งนั่นก็คือ โจซังเค (ซัปโปโร) สำหรับสถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของเหล่าบรรดาไปเที่ยวและชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ต้นไม้ใบไม้นานาชนิดของที่นี่ก็จะทำการเปลี่ยนสี ซึ่งนอกจากคุณจะได้ถ่ายภาพสวยๆเพื่อบันทึกความทรงจำเหล่านี้เอาไว้แล้ว  คุณยังสามารถแช่บ่อน้ำร้อนท่ามกลางหุบเขา […]

<strong>รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกของ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือน ! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นกันเช่นเคยสำหรับสัปดาห์นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้พาคุณไปรู้จักกับจุดชมดอกไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคต่างๆกันมาพอสมควร ในครั้งนี้เราจะพาคุณไป รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกของ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือน ! กันบ้าง เพราะเราเชื่อว่าในเมืองโตเกียวยังคงมีอะไรดีๆให้น่าค้นหากันอีกมากมาย ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับแต่ละสถานที่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้และพืชพรรณนานาชนิดกำลังต่างเปลี่ยนสี รวมทั้งมีอากาศที่กำลังดีซึ่งเหมาะแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง หากคุณได้มีโอกาสไปเยือนเมืองโตเกียว ต้องไม่ควรพลาดกับพิกัดต่างๆที่เรากำลังจะพาคุณไปรู้จักกันในครั้งนี้ หากอยากทราบกันแล้วว่ามีที่ใดน่าสนใจบ้าง ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.สวนโคอิชิกาว่า โคระคุเอน(Koishikawa Korakuen) เราจะพาคุณมาเริ่มต้นกันที่ สวนโคอิชิกาว่า โคระคุเอน(Koishikawa Korakuen) สำหรับสวนแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยต้นเมเปิ้ล และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น ใบเมเปิ้ลก็จะทำการเปลี่ยนสีและร่วงหล่นไปตามพื้นอย่างสวยงามราวกับฉากในภาพวาด ส่วนใหญ่แล้วมักจะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนในทุกๆปี ซึ่งภายในสวนแห่งนี้มีสระน้ำขนาดกลางมากถึง 3 แห่ง นอกจากชมวิวของใบไม้เปลี่ยนสีกันแล้วคุณยังสามารถไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจได้อีกด้วย  ศูนย์แห่งนี้เป็นสวนในสไตล์ญี่ปุ่นและมีความดั้งเดิมในแบบญี่ปุ่นสูงได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงยุคสมัยเอโดะตอนต้นหรือประมาณปี  ค.ศ. 1600-1867 จึงทำให้คุณรู้สึกสัมผัสถึงบรรยากาศอันแสนคลาสสิคของที่นี่ได้แบบเต็มๆ  และหากคุณไปยืนที่บริเวณกลางสะพานข้ามบ่อน้ำคุณก็จะได้ภาพสวยๆที่เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกให้นึกถึงว่าครั้งหนึ่งเคยได้มาที่นี่ สวนแห่งนี้ไม่ได้เปิดเพียงเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้นแต่ยังเปิดตลอดทุกฤดูกาลยกเว้นในช่วงปีใหม่จะทำการหยุด ดังนั้นคุณสามารถเข้ามาชมได้ในทุกๆฤดูได้มาเยือนที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่เหมาะสำหรับการชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอย่างยิ่งในเมืองโตเกียว  2.สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park)  จะพาคุณมาต่อกันที่ สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park) สวนแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับจักรพรรดิโชวะเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี เรียกได้ว่าเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่มากถึง 16300 […]

<strong>ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกไปกับ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของฝั่งโทโฮคุ ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นและยังคงอยู่กันในภูมิภาคโทโฮคุ เมื่อฤดูกาลแห่งความโรแมนติกมาถึงใครหลายคนก็มักจะมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เพื่อจูงมีคนรักไปชมดอกไม้เปลี่ยนสี ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไป ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกไปกับ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของฝั่งโทโฮคุ ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการรวบรวมสถานที่เจ๋งๆทีมีความสวยงาม เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการจูงมือกันไปพักผ่อนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงามทำให้คุณต้องตะลึงต่อสายตาและตาตึงต่อจิตใจเมื่อได้พบเห็นกันอย่างแน่นอน หากอยากทราบกันแล้วว่าแต่ละสถานที่จะมีที่ใดน่าสนใจและน่าไปกันบ้างอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมกันได้เลยดังนี้  1.ถนนโจเซนจิโดริ (Jozenji-dori Ave)  จังหวัดมิยางิ (Miyagi) สำหรับสถานที่แรกที่มีชื่อว่า  ถนนโจเซนจิโดริ (Jozenji-dori Ave) จังหวัดมิยางิ (Miyagi) ซึ่งรายล้อมไปด้วยต้นไม้และใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความงดงาม จากภาพด้านบนคุณจะเห็นถึงความถึงความเหลืองอร่ามของสีใบไม้ ทั้งสองข้างทางของถนนเส้นนี้จะรายล้อมไปด้วยต้นไม้พี่ภาพยาวไกลถึง 700 เมตร จึงทำให้ถูกขนานนามกันว่าเป็นเมืองแห่งต้นไม้ ซึ่งในช่วงฤดูร้อนก็จะมองเห็นถึงความเขียวขจี และในช่วงฤดูเขาก็จะมองเห็นถึงสีขาวโพลนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่สวยงามไปอีกแบบ ส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักมาชมต้นไม้ใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคุณสามารถมาเที่ยวชมในสถานที่แห่งนี้ได้โดยไม่มีการเก็บค่าเข้าชมใดๆทั้งสิ้น สามารถเดินเล่นและถ่ายภาพแบบชิลล์ๆ กับเพื่อนๆได้เลย สำหรับการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากเพียงคุณนั่งรถบัสมาลงยังป้าย Jozenji-dori Ave ก็สามารถถึงถนนเส้นนี้ได้แบบไม่ต้องกลัวหลง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศสุดโรแมนติกแบบสุดๆในช่วงฤดูใบไม้ร่วงกันเลยทีเดียว  2.หมู่บ้านน้ำพุร้อน นิวโตะอนเซ็น (Nyuto Onsen Hot Springs Village) จังหวัดอาคิตะ (Akita) จะพาคุณมายังเมืองอาคิตะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันบ้างกับสถานที่ที่มีชื่อ หมู่บ้านน้ำพุร้อน นิวโตะอนเซ็น (Nyuto […]

<strong>ความเป็นมาของ “อูด้ง” อาหารญี่ปุ่นยอดฮิตของใครหลายคน ที่น่ารู้ ! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคยซึ่งก่อนหน้านี้ ได้พาคุณไปรู้จักกับสถานที่ต่างๆในประเทศญี่ปุ่นพร้อมทั้งอาหารท้องถิ่นกันอย่างมากมายกันไปแล้วพอสมควร สำหรับครั้งนี้ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอุด้งโดยการนำเรื่องราวของ ความเป็นมาของ “อูด้ง” อาหารญี่ปุ่นยอดฮิตของใครหลายคน ที่น่ารู้ ! มาฝากคุณกันไว้ที่นี่ในครั้งนี้ เพราะเราเชื่อว่าเรื่องราวความเป็นมาจะต้องให้ความรู้และทำให้คุณชื่นชอบได้อย่างแน่นอน อยากจะทราบกันแล้วว่าความเป็นมาของอุด้งงั้นมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงใดอย่ามัวแต่รอช้ากันอยู่เลยเราไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่า   อูด้งคืออะไร ?  สำหรับท่านใดที่ไม่รู้จักและยังไม่เคยรับประทานอุด้ง ก็ต้องขออนุญาตอธิบายให้เข้าใจกันแบบคร่าวๆก่อนว่า อุด้งนั้นคืออาหารประเภทเส้นของใช้ญี่ปุ่นที่มีลักษณะเป็นเส้นสีขาวมีความหนาและนุ่มมีเส้นที่อวบอ้วน ซึ่งผลิตมาจากข้าวสาลีสามารถรับประทานได้ทั้งในแบบเย็นและแบบร้อนโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะนำมาต้มกับซุปต่างๆ จากนั้นก็ใส่ท็อปปิ้งและปรุงรสตามสิ่งที่มีอยู่ตามท้องถิ่น ซึ่งอุด้งของแต่ละพื้นที่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็มีรสชาติที่แตกต่างกันและมีหน้าตาที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นนั้นจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง  และสำหรับในแบบเย็นก็นำมารับประทานคู่กับซุปเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะนำมารับประทานกันแบบเปล่าๆ หรือบางพื้นที่ก็จะปรุงตามสูตรซึ่งแบบเฉพาะท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งความอร่อยก็จะมีความแตกต่างกันออกไป และสีสันของน้ำซุปในแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาใช้นั้นเอง  ประวัติความเป็นมาของอูด้ง  สำหรับเส้นอุด้งนั้นมีต้นกำเนิดมาจากอาหารในทางภาคเหนือของประเทศจีน ที่มาจากเส้นชูเมี่ยน มีลักษณะเป็นเส้นยาวๆที่ผลิตมาจากแป้งสาลีจะมีความหนาประมาณ 2-3 เซนติเมตรส่วนใหญ่แล้วมักจะนำมารับประทานคู่กับซุปเต้าเจี้ยว ต่อมาเส้นอุด้งได้เข้ามาแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น จากพระสงฆ์ชาวญี่ปุ่นได้เคยเดินทางไปจาริกที่ประเทศจีน เพื่อไปศึกษาพระพุทธศาสนา ซึ่งต่อมาชาวญี่ปุ่นก็ได้ยกย่องให้เขาเป็นต้นตำรับในการปรุงเส้นอุด้ง ซึ่งพวกเขามีชื่อว่า พระเอ็นนิ และ พระคูไก  จุดเด่นของอูด้ง   สำหรับจุดเด่นของเส้นอุด้งนั้นจะมีความฝันว่าอุ้มมีลักษณะเป็นเส้นอวบและอ้วน เมื่อได้เคี้ยวก็จะสัมผัสได้ถึงความหนึบหนับ ซึ่งผลิตมาจากแป้งสาลี และผ่านกรรมวิธีการทำด้วยการนวดและใช้น้ำเกลือเป็นตัวนวด สำหรับรสชาติดั้งเดิมในแบบของชาวญี่ปุ่นแท้ๆนั้น เมื่อรับประทานพร้อมกับน้ำซุปแล้วจะรู้สึกถึงความหอมกลมกล่อมและอร่อยแตกต่างจากที่อื่น  สำหรับอุด้งนั้น ในปัจจุบันมีมากมายหลากหลายมากขึ้นไปยังภูมิภาคต่างๆคุณก็จะได้รับประทานในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป สำหรับบางจังหวัดในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะใช้อาหารทะเลมาทำเป็นน้ำซุป และในบางจังหวัดอาจใช้เนื้อวัวสุดพิเศษมาใช้ในการทำน้ำซุป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบของแต่ละท้องถิ่นว่ามีจุดเด่นและมีความโดดเด่นในเรื่องใด รวมทั้งผักที่นำมาใช้ประกอบในชามอุด้ง ก็แล้วแต่เป็นผักตามฤดูกาลที่ได้จากแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างชัดเจนจึงไม่แปลกใจเลยว่า เมื่อใครหลายคนได้มีโอกาสไปเที่ยวตามจังหวัดต่างๆในประเทศญี่ปุ่น […]

5 อาหารท้องถิ่นรสเลิศของจังหวัดมิเอะ ที่หากใครได้ชิมก็ต้องติดใจ ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ท่องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานกันไปพอสมควรกลับสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดมิเอะ จากบทความก่อนหน้านี้ที่เราได้เคยนำมาฝากกันไปแล้ว และสำหรับครั้งนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวของ 5 อาหารท้องถิ่นรสเลิศของจังหวัดมิเอะ ที่หากใครได้ชิมก็ต้องติดใจ ! กันบ้าง เพราะยังมีอีกหลากหลายเมนูที่ค่อนข้างมีความพิเศษ และไม่ได้มีให้รับประทานกันได้ง่ายๆจากที่ไหน โดยเฉพาะในบางเมนูนั้นอาจมีเพียงในจังหวัดมิเอะเท่านั้น จึงเป็นเหตุผลให้พวกเราทำงานได้รวบรวมเมนูเด็ดจากเมืองต่างๆในจังหวัดมิเอะมาฝากคุณกันในครั้งนี้ หากอยากทราบแล้วว่าแต่ละเมนูจะความน่าสนใจมากน้อยเพียงใด ต้องอย่ารอช้ากันอยู่เลย เราไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่า  1.เทโคเนะซูชิ (てこね寿司) สำหรับเมนูแรกที่เราจะพาคุณไปลองชิมในจังหวัดมิเอะกันก็คือ เทโคเนะซูชิ (てこね寿司) ซึ่งได้นำปลาทูน่าที่ถูกแช่เอาไว้ในซอสโชยุมาวางบนข้าวสวยร้อนๆ จากนั้นก็โรยด้วยสาหร่ายซอย ซึ่งปลาที่นำมาวางบนข้าวสวยนั้น จะต้องเป็นปลาที่ถูกแช่มาแบบพิเศษและผ่านการปรุงรสจากน้ำส้มสายชูกับซอสโชยุ คล้ายกับการทำข้าวซูชิจึงมีรสชาติที่ค่อนข้างเปรี้ยวและมีความหวานนิดหน่อย เรียกได้ว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อที่หักใครได้มาเยือนจังหวัดมิเอะแล้วจะต้องไม่ควรพลาดชิม สำหรับเมนูนี้ค่อนข้างขึ้นชื่อในย่านอำเภอโทบะและอิเสะไปจนถึงฝั่งชิมะ เนื่องจากเป็นย่านที่สามารถหาปลาทะเลที่มีเนื้อแดงได้แบบง่ายๆ ซึ่งไม่ได้มีเพียงเมนูนี้เท่านั้น แต่สำหรับปลาแช่โชยุและน้ำส้มสายชูคุณยังสามารถนำไปทำหน้าซูชิได้อีกด้วย  2.อากาฟุกุ (Akafuku) | ISE จะพาคุณมาต่อกันกับอีกหนึ่งเมนูที่มีชื่อว่า อากาฟุกุ (Akafuku) | ISE ซึ่งเป็นเมนูขนมหวานที่ขึ้นชื่อของจังหวัดมิเอะ มีความเก่าแก่และมีกรรมวิธีในการทำที่ค่อนข้างซับซ้อน เป็นขนมที่ทำจากถั่วแดงบดจากนั้นก็นำมาหุ้มแป้งโมจิ จนมีลักษณะคล้ายกับภาพด้านบนที่เรานำมาฝาก มีรสชาติหวานหอมและมีความเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นแบบสุดๆ ซึ่งหากได้มาเยือนจังหวัดมิเอะผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะซื้อขนมชนิดนี้กลับไปฝากคนที่บ้านหรือเพื่อนๆกันอยู่เสมอ   3.หอยนางรมมาโตยะ (Matoya Oyster) | SHIMA สำหรับเมนูต่อไปที่จะพลาดชิมไม่ได้เลย หอยนางรมมาโตยะ (Matoya Oyster) | […]

6 เมนูสุดเด็ดประจำท้องถิ่นของจังหวัดฟุกุโอกะ ที่หากใครได้ชิมแล้วจะต้องติดใจ ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าจังหวัดฟุกุโอกะนั้น เรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งท้องทะเลที่มีชายหาดแสนสวยมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเรื่องราวของอาหารการกินก็ย่อมขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารทะเลกันอย่างแน่นอน ในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 6 เมนูสุดเด็ดประจำท้องถิ่นของจังหวัดฟุกุโอกะ ที่หากใครได้ชิมแล้วจะต้องติดใจ !  ซึ่งเราได้คัดมาเฉพาะเมนูที่ขึ้นชื่อของดีของดังจากแต่ละเมืองในจังหวัดฟุกุโอกะมาฝาก และเรายังเชื่ออีกว่าจะต้องถูกใจผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารทะเลเป็นพิเศษกันอย่างแน่นอนหากอยากทราบกันแล้วว่าแต่ละเมนู ที่เราได้นำมาฝากกันอีกครั้งนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร และจะถูกใจคุณได้มากน้อยขนาดไหนต้องอย่ารอช้ากันอยู่เลยเราไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะ  1.เมนไทโกะ มาเริ่มต้นกันกับเมนูแรกที่มีชื่อว่า เมนไทโกะ  ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารที่ได้รับความนิยมมากในเมืองฟูกูโอกะ ซึ่งเป็นเมนูที่ได้มีการนำไข่ปลามาปรุงรสให้มีรสชาติที่ค่อนข้างเผ็ดนิดหน่อยเพื่อกลบความคาว จากนั้นเมื่อปรุงรสแล้วก็จะนำมาวางบนข้าวสวยร้อนๆ หรือนำมาโปะบนหน้าซูชิต่างๆก็ได้ ซึ่งไข่ปลาที่นำมาทำอาหารในเมนูจานนี้ก็คือไข่ปลาค็อด ซึ่งได้รับวัฒนธรรมในการรับประทานมาจากประเทศเกาหลีนั่นเอง สำหรับเมนูนี้ในปัจจุบันเรียกได้ว่าค่อนข้างได้รับความนิยมสูงเมื่อนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนฟุกุโอกะก็มักจะต้องถามถึง และสั่งมารับประทานกันเป็นอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานไข่ปลาต้องไม่ควรพลาด  2.ยากิราเม็ง เมนูต่อไปที่เราจะพาคุณไปลองชิมกันก็ ยากิราเม็ง สำหรับเมนูนี้จะมีกรรมวิธีในการผัดเส้นราเมงให้แห้งและเสิร์ฟกันในกระทะร้อนกรรมวิธีในการทำก็คล้ายกับการทำยากิโซบะแต่จะมีความเหนียวและทุ่งมากกว่านิดหน่อยสำหรับในเรื่องรสชาติก็ต้องขอบอกเลยว่าอร่อยเด็ดสมกับคำร่ำลือ  และมีความเป็นเอกลักษณ์ประจำเมือง ซึ่งเป็นรสชาติอาหารท้องถิ่นแบบฟุกุโอกะที่ยากจะมีใครเหมือน และหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบการรับประทานเส้นราเมงแล้วล่ะก็ต้องขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาด  3.อาระนาเบะ มาต่อกันกับอีกหนึ่งเมนูที่มีชื่อว่า อาระนาเบะ  หรือเข้าใจกันง่ายๆก็คือการนำปลามาทำสุกี้หม้อไฟนั่นเอง ปลาที่นำมาใช้ทำในเมนูนี้จะต้องเป็นปลาทะเลรสชาติดี และเกรดพรีเมี่ยมแบบสดๆที่หาได้ในเมืองฟุกุโอกะ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นปลาอาระ ที่มีรสชาติอร่อยเลิศ มักนิยมรับประทานกันในช่วงฤดูหนาวเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย หรือบางท่านอาจนำเมนูนี้มาดัดแปลงรับประทานกันในช่วงฤดูร้อนก็ได้ หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบรับประทานเนื้อปลาหม้อไฟก็ต้องขอแนะนำเมนูนี้และหากมีโอกาสไปเยือนก็ต้องไม่ควรสัมภาษณ์การรับประทานปลาเนื่องจากไม่ได้หากันง่ายๆ ด้วยนั้นเอง  4.โกมะซาบะ  เอาใจคนชื่นชอบเมนูประเภทซาซิมิโดยการจะพาคุณไปลองชิมเมนูที่มีชื่อว่า โกมะซาบะ ซึ่งจะใช้ปลาซาบะแบบสดๆที่มีวันต่อวันทำในเมนูเด็ดจานนี้ โดยจะมีการแร่ให้เป็นชิ้นบางๆแบบพอดีคำ ที่รับประทานได้แบบง่ายๆวางใส่จานอย่างสวยงามตามด้วยโรยงาคั่วและเสิร์ฟพร้อมกับวาซาบิ หรือสำหรับบางท่านอาจนำปลาซาซิมินี้มาโรยบนข้าวแล้วรับประทานไปพร้อมๆกับข้าวสวยร้อนๆก็ได้ เพราะอร่อยเด็ดไม่แพ้กัน  5.มตสึนาเบะ และอีกหนึ่งเมนูที่เราจะพาคุณไปลองชิมก็คือ มตสึนาเบะ ซึ่งเป็นเมนูหม้อไฟที่นำเนื้อวัวและเนื้อหมูมาใช้เป็นส่วนประกอบหลักจากนั้นน้ำซุปก็จะรุ่นรถด้วยโชยุและมิโซะ […]

6 อาหารรสเด็ดประจำท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนีงาตะ ที่ควรลองชิมหากได้ไปเยือน ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

น่าจะประทับใจและสนุกสนานกันไปพอสมควรสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนีงาตะ ที่ได้นำมาบอกเล่าให้ได้ทราบกันไปสำหรับบทความที่แล้ว และในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 6 อาหารรสเด็ดประจำท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อของจังหวัดนีงาตะ ที่ควรลองชิมหากได้ไปเยือน ! เพราะอย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง และหากได้เดินทางไปในสถานที่แห่งใดเราก็มักจะต้องอยากลองชิมของท้องถิ่นประจำจังหวัดนั้นๆกันอยู่แล้ว และในครั้งนี้เราจะพาคุณไปชิมแบบเต็มอิ่มกันเลยทีเดียวหากอยากทราบกันแล้วว่าแต่ละเมนูนั้นจะมีความโดดเด่น และน่าสนใจอย่างไรบ้างเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1. นปเปจิรุ (Noppei-jiru) | NIIGATA สำหรับเมนูเด็ดจานแรกแห่งจังหวัดนีงาตะที่เราจะพาคุณไปรู้จักก็คือเมนู  นปเปจิรุ (Noppei-jiru) | NIIGATA  ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าใครที่ชื่นชอบการรับประทานไข่ของปลาแซลมอนจะต้องไม่ควรพลาดเพราะเมนูนี้เป็นเมนูที่นำไข่ปลาแซลมอนมาใช้เป็นท็อปปิ้ง ซึ่งมีลักษณะเป็นซุปที่นำผักและธัญพืชต่างๆมาต้มรวมกัน อีกทั้งยังใช้เนื้อไก่และอาหารทะเลมาทำเป็นน้ำซุปจึงมีรสชาติที่กลมกล่อมและถูกปากใครหลายคน ซึ่งวัตถุดิบของอาหารทะเลก็ล้วนแล้วมาจากท้องทะเลแห่งเมืองนีงาตะนั่นเอง ทำให้คุณสามารถลิ้มรสความอร่อยของอาหารทะเลได้อย่างจุใจแบบวันต่อวัน หากคุณนึกภาพตามไม่ออกก็สามารถมองภาพตัวอย่างได้จากทางด้านบนเพราะหน้าตาจะเป็นประมาณนี้ เรียกได้ว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อที่หากได้มาจังหวัดนีงาตะก็มักจะต้องมีคนถามถึง  2.ราเมนโชยุขิงนากาโอกะ (Nagaoka Shoga Shoyu Ramen) | NAGAOKA มาต่อกันกับอีกหนึ่งเมนูที่มีชื่อ ราเมนโชยุขิงนากาโอกะ (Nagaoka Shoga Shoyu Ramen) | NAGAOKA สำหรับเมนูราเมงในชามนี้มีความพิเศษตรงที่ ได้มีการนำขิงมาเป็นส่วนประกอบเพื่อเติมรสชาติให้มีความหอมและกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น เป็นน้ำซุปที่ปรุงรสด้วยโชยุสูตรเข้มข้น และสีของน้ำซุปมีสีที่ค่อนข้างเข้มอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเป็นราเมงพื้นเมืองของเมืองนากาโอกะ ที่อยู่ในจังหวัดนีงาตะมีความเก่าแก่และมีรสชาติแบบดั้งเดิมตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่น หากคุณได้มาเมืองนี้ก็สามารถลิ้มรสความอร่อยเหล่านี้ได้แบบง่ายๆ เพราะมีขายในร้านอาหารกันอย่างมากมาย แต่ร้านที่ค่อนข้างได้รับความนิยมสูงจนทำให้ใครหลายคนยอมนั่งรถไฟเพื่อมารับประทานแบบเช้าเย็นกลับก็คือร้าน Aoshima Shokudo  ซึ่งหากคุณได้มีโอกาสมาเมืองนี้ต้องอย่าลืมแวะไปชิมกันนะคะ  […]

รวม 5 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังจากภูมิภาคชิโคกุ ที่ไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่ในประเทศญี่ปุ่นกันเช่นเคยและในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับภูมิภาคชิโคกุกันบ้าง และในครั้งนี้เราได้ รวม 5 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังจากภูมิภาคชิโคกุ ที่ไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! มาฝาก เพราะมีสถานที่ที่น่าสนใจมากมายอยู่ในภูมิภาคแห่งนี้ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่แทบจะทั่วทุกมุมโลกต่างอยากพากันมาค้นหาและเดินทางมาพักผ่อน ซึ่งแต่ละสถานที่ก็ต้องขอบอกเลยว่าหากคุณได้สัมผัสแล้วก็แทบจะไม่อยากกลับบ้านกันเลยทีเดียวเพราะงดงามและสวยงามกันแบบเหนือคำบรรยายจริงๆ และสำหรับสถานที่ที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันนั้นจะมีอะไรบ้าง ต้องอย่ารอช้ากันอยู่เลย เราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.ศาลเจ้าโคโตฮิระกุ (Kotohiragu) สำหรับสถานที่แรกที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันก็คือ ศาลเจ้าโคโตฮิระกุ (Kotohiragu) สำหรับศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดคางาวะ ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาโซซูและอยู่ในเมืองเล็กๆที่มีชื่อว่าโคโตฮิระ วัตถุประสงค์ในการสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ก็เพื่ออุทิศให้กับเจ้าแห่งทะเล ซึ่งภายในบริเวณศาลเจ้าจะมีขั้นบันไดที่สูงมากถึง 785 ขั้นและสามารถเดินต่อไปได้อีก 538 ขั้น เมื่อคุณไปถึงคุณจะพบกับสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามตั้งตระหง่านอย่างสง่างามและมีความยิ่งใหญ่อลังการแบบสุดๆ  ส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักจะไปสักการะกันช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สามารถมองเห็นดอกซากุระบานได้อย่างเต็มที่ หากคุณได้อยู่บริเวณนี้ในช่วงที่มีดอกไม้บานก็ราวกับว่าอยู่ในแดนสวรรค์ที่ราวกับฉากในเทพนิยายอะไรประมาณนั้นได้เลยล่ะ อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก่าแก่และมีความศักดิ์สิทธิ์จึงทำให้ชาวญี่ปุ่นในภูมิภาคแห่งนี้ต่างพากันแวะเวียนมาสักการะตามช่วงวันสำคัญของเทศกาลประจำปี เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง Landmark ที่หากได้มาเยือนภูมิภาคแห่งนี้ต้องไม่ควรพลาดสำหรับการมาสักการะขอพรศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์  2.พิพิธภัณฑ์ผ้าขนหนู (Imabari Towel Museum of Art) อีกหนึ่งสถานที่ที่ข้างๆมีความสำคัญในภูมิภาคแห่งนี้ก็คือ พิพิธภัณฑ์ผ้าขนหนู (Imabari Towel Museum of Art) สำหรับสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองอิมาบาริตามชื่อของผ้าขนหนู ซึ่งภายในนั้นได้มีการรวบรวมผ้าขนหนูสารพัดชนิดของเมืองอิมาบาริมาไว้ที่นี่ และนอกจากนี้ยังได้มีการจัดแสดงโชว์ผลงานศิลปะและนิทรรศการศิลปะที่เกี่ยวกับวิธีการผลิตผ้าขนหนูมาให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้ทราบกันอีกด้วย ซึ่งหากคุณได้มาสัมผัสกับบรรยากาศของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้  คุณจะได้ทราบถึงวิธีความเป็นอยู่ของชาวญี่ปุ่นในภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังได้เห็นถึงวิธีการทำผ้าขนหนูจากการถักทอด้วยมือแทนการใช้เครื่องจักร พร้อมทั้งสามารถเห็นกรรมวิธีในการผลิตด้วยการทำเครื่องจักรเช่นกัน […]

5 เมนูขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นของจังหวัดโอคายามะ ที่ต้องได้ชิมเมื่อได้มาเยือน ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

หลังจากที่ได้ท่องเที่ยวกันอย่างจุใจไปแล้วกับแต่ละสถานที่ในจังหวัดโอคายามะ ในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 เมนูขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นของจังหวัดโอคายามะ ที่ต้องได้ชิมเมื่อได้มาเยือน !  กันบ้าง เพราะเราเชื่อว่าจังหวัดแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้นที่มีความน่าสนใจ เพราะในเรื่องของอาหารการกินก็มีหน้าตาที่น่ารับประทานไม่แพ้ที่ใดเช่นกัน ซึ่งอาจอยากทราบกันแล้วว่าแต่ละเมนูเด็ดที่เรานำมาฝากกันในครั้งนี้จะมีความน่ารับประทานมากน้อยเพียงใด และความเป็นท้องถิ่นของแต่ละเมนูนั้นมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ต้องอย่ามัวแต่รอช้ากันอยู่เลยเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.โอคายาม่าบาราซูชิ (岡山ばらずし) สำหรับเมนูแรกที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันเลยก็คือ โอคายาม่าบาราซูชิ (岡山ばらずし)  ซึ่งได้มีการนำปลาทะเลมาใช้เป็นส่วนผสมหลักของเมนูจานนี้ ซึ่งปลาที่นำมาทำเมนูนี้ส่วนใหญ่แล้วก็มาจากผลผลิตที่ได้จะท้องทะเลเซโตะ ซึ่งเป็นทะเลที่อยู่ในจังหวัดโอคายาม่านี้นั่นเอง เมื่อได้ปลาสดที่ดีมาแล้วก็จะนำมาหมักกับน้ำส้มสายชูและผักต่างๆจึงมีหลากหลายสีสัน จะนำมาทำเป็นหน้าซูชิและเสิร์ฟคู่กับน้ำซุป ซึ่งหากย้อนไปเมื่อช่วงศตวรรษที่ 16 ทางการประเทศญี่ปุ่นได้มีการออกกฎหมาย ให้ผู้คนสามารถรับประทานอาหารโดยมีข้าว 1 จานกับน้ำซุป 1 ชาม จึงทำให้ผู้คนได้ทำซูชิแบบนี้รับประทานกันอย่างมากมายในสมัยนั้น เพราะการรับประทานซูชิเท่ากับการรับประทานข้าว 1 จาน นั่นเอง สำหรับเมนูซูชิในช่วงศตวรรษที่ 16 ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้าวที่นำไปหมักกับน้ำส้มแล้วนำมารับประทานคู่กับปลาดิบ ซึ่งเมนูนี้มีมาก่อนเมนูข้าวปั้นเลยก็ว่าได้  และในปัจจุบันซูชิก็ได้กลายมาเป็นเมนูขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่นที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักกันดีในนามอาหารญี่ปุ่นอีกด้วย แต่หากคุณได้มีโอกาสแวะไปเยือนเมืองโอคายาม่า ก็สามารถไปชิมในสไตล์ท้องถิ่นกันได้เลยเพราะเราเชื่อว่าจะทำให้คุณฟินได้มากยิ่งขึ้น  2.อุด้งเครื่องใน สึยามะโฮรุมงอุด้ง (津山ホルモンうどん) มาต่อกันกับอีกหนึ่งเมนูที่มีชื่อ อุด้งเครื่องใน สึยามะโฮรุมงอุด้ง (津山ホルモンうどん) ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นที่ผู้คนชาวจังหวัดโอคายามะมักนิยมรับประทาน  สำหรับเมนูนี้จะใช้เครื่องในวัวและเส้นอุด้งของท้องถิ่น มาเป็นส่วนประกอบในการทำเมนูเด็ดจานนี้ โดยการจะนำมาผัดให้เข้ากันแล้วปรุงซอสมิโซะกับซอสถั่วเหลืองที่มีสูตรเฉพาะในแบบท้องถิ่น อีกทั้งยังมีกรรมวิธีการผัดที่ค่อนข้างพิถีพิถัน และเลือกใช้วัตถุดิบที่ได้จากท้องถิ่นมาเป็นส่วนผสม […]