6 สถานที่สำหรับชมดอกซากุระช่วงฤดูใบไม้ผลิยอดฮิตในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาด ! 

6 สถานที่สำหรับชมดอกซากุระช่วงฤดูใบไม้ผลิยอดฮิตในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาด ! 

ยังคงอยู่กันในเมืองโตเกียวประเทศญี่ปุ่นไม่ไปไหนซึ่งก่อนหน้านี้เลยได้พาคุณไปรู้จักกับสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นที่ท่องเที่ยวออนเซ็นรวมไปถึงอาหารการกินและในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 6 สถานที่สำหรับชมดอกซากุระช่วงฤดูใบไม้ผลิยอดฮิตในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาด !  กันบ้างพร้อมเมื่อไหร่ก็ตามหาคุณได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิคุณก็จะได้ทราบถึงพิกัดในการชมดอกซากุระได้แบบฟินๆ ซึ่งแต่ละสถานที่ที่เราได้นำมาฝากนั้นไม่ได้ไปกันยากนัก เราคิดว่าจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาจุดชมวิวในเมืองโตเกียวจะได้มากยิ่งขึ้น หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีจุดใดที่น่าไปชมกันบ้างเราไปรู้จักพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.สวนอุเอโนะ (Ueno Park) สำหรับสถานที่แรกที่เราจะพาคุณไปชมดอกซากุระกันก็ สวนอุเอโนะ (Ueno Park) ซึ่งสวนอุเอโนะแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ยอดนิยมของชาวโตเกียวกันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดกว้างขวาง มีศาลเจ้า มีทะเลสาบ มีสวนสัตว์ และมีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้อีกด้วย เรียกว่าเพียงคุณมาสวนสาธารณะก็สามารถเที่ยวได้อย่างครบคันกันที่นี่ อีกทั้งการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากเพียงคุณใช้เวลาเดินจากสถานีอุเอโนะไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงแล้ว  เมื่อถึงในช่วงฤดูใบไม้ผลิผู้คนชาวญี่ปุ่นก็จะคล้ายกับรวมตัวกันเพื่อมาชมดอกซากุระบานกันที่นี่ เนื่องจากในสวนแห่งนี้อุดมไปด้วยต้นซากุระที่มากกว่า 1000 ต้นอีกทั้งยังมีหลากหลายสายพันธุ์ให้ผู้เยี่ยมชมต่างได้มาสัมผัส เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีความโรแมนติกแบบสุดๆจึงค่อนข้างเป็นที่นิยมของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่มักจะจูงมือกันมาชมดอกซากุระที่นี่ สำหรับสถานที่แห่งนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเปิดให้เข้าชมกันได้ตลอดทั้งคืนอีกทั้งยังไม่มีค่าเข้าชม แต่ในบางฤดูกาลต้องคอยสอบถามไปยังเว็บไซต์ของสวนสาธารณะ เรียกได้ว่าเป็นจุดชมดอกซากุระในเมืองโตเกียวที่มีความสำคัญจริงๆ  2.สวนสุมิดะ (Sumida Park) มาต่อกันกับอีกหนึ่งสถานที่ที่มีชื่อว่า สวนสุมิดะ (Sumida Park) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดสำหรับชมดอกซากุระที่ค่อนข้างสำคัญในจังหวัดโตเกียวเป็นอย่างมาก สำหรับสถานที่แห่งนี้จะปลูกต้นซากุระเรียงไปตามแม่น้ำทำให้คุณสามารถมองเห็นวิวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งคุณยังสามารถเช่าเรือเพื่อถ่ายภาพเพื่อเก็บความทรงจำได้ที่นี่อีกด้วย และนอกจากนี้ยังมีซุ้มสำหรับขายอาหารให้กับผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาและสามารถชมหอคอย Tokyo sky tree ได้อย่างเต็มๆตา เรียกได้ว่าเป็นจุดชมซากุระที่มีความงดงามและมีบรรยากาศที่โรแมนติกแบบสุดๆอีกหนึ่งแห่ง ในฤดูใบไม้ผลิสถานที่แห่งนี้จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงและไม่มีค่าเข้าชม สำหรับการเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ยากเพียงคุณเดินจากสถานีอาซากุสะโดยใช้เวลาเพียงไม่เกิน 15 […]

5 ขนมแสนอร่อยจากเมืองซากะ ที่น่าซื้อกลับไปเป็นของฝากให้คนที่คุณรัก ! 

5 ขนมแสนอร่อยจากเมืองซากะ ที่น่าซื้อกลับไปเป็นของฝากให้คนที่คุณรัก ! 

ยังคงอยู่กันที่จังหวัดซากะในประเทศญี่ปุ่นกันเหมือนในสัปดาห์ก่อนๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้พาคุณไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารต่างๆที่ขึ้นชื่อของท้องถิ่นในจังหวัดแห่งนี้กันมาแล้ว สำหรับครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 ขนมแสนอร่อยจากเมืองซากะ ที่น่าซื้อกลับไปเป็นของฝากให้คนที่คุณรัก ! กันบ้าง ตามที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในแต่ละจังหวัดนั้นย่อมมีรสชาติของอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งในแต่ละภูมิภาคแต่ละท้องถิ่นก็ย่อมมีความแตกต่างกันออกไป ขนมหวานประจำท้องถิ่นก็เช่นกัน สำหรับครั้งนี้หากใครอยากทราบกันแล้วว่าในจังหวัดซากะ จะมีขนมแสนอร่อยที่มีลักษณะเป็นแบบไหนกันบ้างต้องอย่ามัวแต่รอช้ากันอยู่เลยเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.โอกิโยคัง (Ogi yokan)  จะพาคุณมารู้จักกับขนมชนิดแรกที่มีชื่อว่า โอกิโยคัง (Ogi yokan)  ซึ่งมีลักษณะเป็นขนมสี่เหลี่ยมเป็นขนมที่ได้ทำมาจากถั่วแดงกวนซึ่งถั่วแดงที่นำไปกวนนั้นต้องเป็นถั่วแดงที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีจากนั้นก็จะนำมาผสมกับวุ้นที่ทำจากสาหร่ายและน้ำตาลที่ได้จากท้องถิ่น อีกทั้งยังมีส่วนผสมของชาเขียวโดยมีกรรมวิธีในการทำที่ค่อนข้างพิถีพิถันและประณีตอย่างมาก เรียกได้ว่ามีวิธีทำที่ค่อนข้างซับซ้อนจึงเป็นขนมที่มีรสชาติดีที่ไม่ได้หารับประทานกันได้ง่ายๆ  ขนมแห่งนี้อยู่คู่กับชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยเมจิ ซึ่งสมัยก่อนทหารในช่วงสงครามมักจะพกเอาไว้รับประทานเนื่องจากเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นานและไม่เน่าเสีย ซึ่งจากอดีตจนมาถึงปัจจุบันก็ยังคงเป็นขนมที่ผู้คนนิยมรับประทานอยู่ และโดยอย่างยิ่งในจังหวัดซากะนี้ค่อนข้างขึ้นชื่อกันเลยทีเดียวเรียกได้ว่าหากใครได้มาเมืองนี้ต้องไม่ควรพลาดชิมขนมชนิดนี้ หากคุณภาพต่ำไม่ออกก็สามารถชมภาพตัวอย่างได้จ้าภาพด้านบนเพราะจะมีลักษณะเหมือนกับในรูป  2.ฮานะโบโระ (Hanabouro)  มาต่อกันที่ขนมยอดฮิตของเหล่าบรรดาวัยรุ่นกับขนมที่มี ฮานะโบโระ (Hanabouro) ไม่เพียงแต่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นเท่านั้นแต่ยังสามารถรับประทานกันได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งคุณนำมาสรับประทานคู่กับนมและกาแฟก็จะยิ่งรู้สึกว่ามันเข้ากันได้เป็นอย่างดีจริงๆ ขนมชนิดนี้มีลักษณะเป็นขนมปังเนื้อนุ่มมีความฟู ภายในสอดไส้แยมแอปริคอต ซึ่งมีรสชาติอร่อยหอมและหวานแบบกลมกล่อม หากใครได้ชิมส่วนใหญ่ก็มักจะซื้อกลับไปเป็นของฝาก หรือซื้อกลับไว้รับประทานเองอยู่เสมอเพราะเป็นขนมที่สามารถเก็บไว้ได้นาน ซึ่งหากคุณแช่ตู้เย็นก็จะสามารถเก็บได้นานถึง 21 วันกันเลยทีเดียว ถือเป็นอีกหนึ่งขนมที่หักมาจังหวัดซากะแล้วจะต้องอดถามถึงไม่ได้  3.อิคโคโค่ (Ikkoukou) อีกหนึ่งขนมที่เราจะพาคุณไปลองชิมกันก็คือ อิคโคโค่ (Ikkoukou)  สำหรับขนมชนิดนี้จะมีรูปทรงเป็นลักษณทรงกลมขายกลับขนมทั่วไปของเมืองซากะ ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดงและขิงมีรสชาติอร่อยกลมกล่อมและมีเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างแปลกและแตกต่างไปจากขนมอื่นๆ แต่ก็ทำให้ใครหลายคนไม่ได้ลองชิมแล้วรู้สึกจิตใจจนซื้อไปเป็นของฝากกันอย่างมากมายเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นขนมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวซากะอีกหนึ่งชนิด ซึ่งไม่ได้หารับประทานกันได้ทั่วไปหากต้องการชิมหรือรับประทานคุณสามารถมาซื้อได้ที่จังหวัดแห่งนี้ หรือหากมีก็อาจจะหาซื้อได้ในร้านขายของฝากที่อยู่ในสนามบินประจำภูมิภาคได้เท่านั้น  4.ซากะ […]

อาหารคาวหวานมงคลสำหรับเซ่นไหว้ใน “เทศกาลฮินะมัตสึริ” วันเด็กผู้หญิงของประเทศญี่ปุ่น ที่น่ารู้ ! 

อาหารคาวหวานมงคลสำหรับเซ่นไหว้ใน “เทศกาลฮินะมัตสึริ” วันเด็กผู้หญิงของประเทศญี่ปุ่น ที่น่ารู้ ! 

สำหรับเทศกาลฮินะมัตสึริหรือเทศกาลวันเด็กผู้หญิงของประเทศญี่ปุ่นนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าจะมีการจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เล่าถึงความเป็นมาให้คุณได้ทราบกันไปบ้างแล้ว ในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ อาหารคาวหวานมงคลสำหรับเซ่นไหว้ใน “เทศกาลฮินะมัตสึริ” วันเด็กผู้หญิงของประเทศญี่ปุ่น ที่น่ารู้ ! เพื่อให้คุณได้ทราบถึงได้ทราบถึงเรื่องราวของขนมที่ต้องใช้ในเทศกาลวันเด็กผู้หญิงนี้ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะมาอธิบายในเรื่องของตุ๊กตาฮินะนินเงียวให้คุณได้เข้าใจมากขึ้นอีกด้วยหากอยากทราบกันแล้วว่า รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างต้องอย่ามัวแต่รอช้ากันอยู่เลยเราไปชมกันได้เลยดังนี้ค่ะ  ตุ๊กตาฮินะนินเงียว (ひな人形) คืออะไร ? สำหรับเทศกาลฮินะมัตสึรินี้ก็คือเทศกาลวันเด็กผู้หญิงของชาวญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณนั่นเอง และมีประเพณีที่ทำการจัดขึ้นในทุกๆปีเพื่อเป็นการอวยพรให้กับเด็กผู้หญิงที่กำลังเติบโต ให้พวกเขาได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและสมบูรณ์ ซึ่งมักจะจัดในทุกๆปีในช่วงวันที่ 3 มีนาคม และเมื่อถึงเทศกาลนี้เมื่อใดผู้คนก็มักจะนำตุ๊กตาที่มีชื่อเรียกว่า “ตุ๊กตาฮินะนินเงียว” และขนมมงคลต่างๆ เพื่อใช้ในการเฉลิมฉลองรวมกัน  ตุ๊กตาฮินะนินเงียวคือตุ๊กตาที่จำลองมาจากพิธีแต่งงานของราชวงศ์จักรพรรดิในสมัยโบราณ เมื่อถึงเทศกาลวันเด็กผู้หญิงในทุกๆปี ผู้คนชาวญี่ปุ่นก็มักจะนำตุ๊กตานี้มาตกแต่ง ทั้งตุ๊กตาที่เป็นผู้หญิงและเป็นผู้ชาย พร้อมกับบริวารที่ช่วยในพิธีแต่งงานตามภาพด้านบน ซึ่งเป็นการจำลองมาจากพิธีแต่งงานจริงของราชวงศ์ในสมัยโบราณนั่นเอง และเมื่อตกแต่งเสร็จพวกเขาก็จะนำมาวางประดับบ้านเอาไว้ พร้อมกับขนมมงคลต่างๆ ซึ่งการวางตุ๊กตาและขนมเซ่นไหว้ต่างๆไว้แบบนี้ถือเป็นการอวยพรให้ลูกสาวในบ้าน ได้มีคู่ครองที่ดีและมีความสุขในชีวิตแต่งงานเหมือนกับพิธีแต่งงานของตุ๊กตาฮินะนินเงียว ที่มาจากการจำลองนั่นเอง  อีกทั้งชาวญี่ปุ่นยังมีความเชื่อมาตั้งแต่ในสมัยโบราณว่า ตุ๊กตานี้เปรียบเสมือนด่านแรกที่จะเป็นผู้รับสิ่งชั่วร้ายแทนเจ้าของ และทำให้เจ้าของสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมบูรณ์ดังนั้นเมื่อเสร็จพิธีการแล้วพวกเขาจะรีบเก็บตุ๊กตาทันทีไม่นำมาประดับต่อหลังจากจบพิธีและจะไม่วางเมื่อคืนเด็ดขาด นั่นเป็นวิธีปฏิบัติที่ญี่ปุ่นได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา ซึ่งขนมที่เราจะใช้มาเส้นไหว้หรือนำมาเฉลยฉลองร่วมกับตุ๊กตานี้ได้แก่ขนมที่เราจะพาคุณไปรู้จัก ต่อจากนี้  1.ขนม “ฮินะอาราเร่” (ひなあられ) ขนมอันแรกก็คือ ขนม “ฮินะอาราเร่” (ひなあられ) ซึ่งเป็นขนมธิดาผลิตมาจากถั่วและข้าวจากนั้นก็จะนำมาเคลือบกับน้ำตาลทำให้มีรสชาติที่หวานเล็กน้อย จากนั้นก็จะเติมสีให้สวยงามตามภาพด้านบนที่เห็น  โดยสีขาวนั้นจะใช้แทนหมายที่หมายถึงความบริสุทธิ์ สีชมพูพีชมีคือความปลอดภัยที่สามารถปกป้องคุ้มครองจากสิ่งชั่วร้าย และสีเขียวหมายถึงความสุภาพอ่อนโยน […]

ลิ้มรสราเม็งแสนอร่อยกับ 5 ร้านราเม็งยอดฮิตที่ในควรพลาด หากได้ไปเยือนเมืองโตเกียว แห่งปี 2022 ! 

ลิ้มรสราเม็งแสนอร่อยกับ 5 ร้านราเม็งยอดฮิตที่ในควรพลาด หากได้ไปเยือนเมืองโตเกียว แห่งปี 2022 ! 

ยังคงอยู่กันในเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นซึ่งก็คือเมืองโตเกียวนั่นเอง หลังจากที่ได้เพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวและเหล่าบรรดาของฝากต่างๆกันไปแล้ว ในครั้งนี้เรามาเอาใจคนที่ชื่นชอบเมนูราเมงเป็นพิเศษ โดยการจะพาคุณไป ลิ้มรสราเม็งแสนอร่อยกับ 5 ร้านราเม็งยอดฮิตที่ในควรพลาด หากได้ไปเยือนเมืองโตเกียว แห่งปี 2022 ! กันดูบ้าง ซึ่งในครั้งนี้เราได้ตะเวนหาร้านราเมงสุดเด็ดพวกเมืองโตเกียว เพื่อที่จะนำร้านราเมงสุดเจ๋งมาฝากคุณกันในครั้งนี้  หากอยากทราบแล้วว่าเหล่าบรรดาร้านราเมงที่น่าสนใจที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันนั้น จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ค่ะ 1.ร้านราเม็ง Nicho-me Tsukemen GACHI  ย่านชินจูกุ จะพาคุณมาเริ่มต้นกันที่ ร้านราเม็ง Nicho-me Tsukemen GACHI  ย่านชินจูกุ ซึ่งเป็นร้านราเมงในสไตล์อเมริกันที่ตั้งอยู่ย่านชินจูกุ ซึ่งเป็นย่านที่เราบรรดาวัยรุ่นมักจะมาเดินช็อปปิ้งและใส่ชุดคอสเพลย์มาเดินอวดโฉมความน่ารักกัน แต่ในย่านนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายเท่านั้นแต่ยังมีร้านราเมงเจ๋งๆแอบซ่อนอยู่ให้คุณได้มาชิม สำหรับน้ำซุปของราเมงร้านนี้มีรสชาติที่ค่อนข้างหอมอร่อยด้วยกรรมวิธีการทำที่ค่อนข้างพิถีพิถัน  เนื้อสัตว์ที่นำมาทำน้ำซุปนั้นเป็นเนื้อไก่ และทำน้ำซุปแบบโทริไพตันที่มีความเข้มข้นอย่างมาก อีกครั้งยังใช้เส้นราเมงที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีความพิเศษตรงที่เป็นราเมงทำเอง จึงทำให้เส้นมีความเหนียวนุ่มและอร่อย อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของราเมงร้านนี้ สำหรับการตกแต่งร้านจะเต็มไปด้วยถังเหล็กคล้ายกับฉากในภาพยนตร์ของทางฝั่งอเมริกัน และมีเพดานที่สูงโปร่งทำให้คุณได้สัมผัสถึงการรับประทานราเมงแบบญี่ปุ่น แต่ผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นอเมริกัน ค่อนข้างได้รับความนิยมมากในเมืองโตเกียวโดยเฉพาะเหล่าบรรดาวัยรุ่น และนอกจากนี้ยังมีราคาที่ไม่แพงใน 1 ชามแต่ราคาไม่เกิน 1000 เยน ซึ่งเรียกว่าเป็นราคาปกติของคนที่นี่ถือว่าไม่แพงจนเกินไป หากคุณได้มีโอกาสมาที่ย่านนี้แล้วล่ะก็ต้องอย่าลืมแวะมาทานกันดูนะคะรับรองจะต้องติดใจอย่างแน่นอน  2.ร้านราเม็ง Fuunji จะพาคุณมาต่อกันที่ ร้านราเม็ง Fuunji สำหรับรสชาติของราเมงร้านนี้ต้องบอกเลยว่าเรียกได้ว่าเป็นของหายากในเมืองนี้กันเลยทีเดียว ด้วยความที่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่นๆจึงทำให้ผู้คนย่อมติดใจในรสชาติ […]

รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม  6 แห่ง ในเมืองฮอกไกโด ที่ควรได้ไปเยือนสักครั้งถ้ามีโอกาส  ! 

รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม  6 แห่ง ในเมืองฮอกไกโด ที่ควรได้ไปเยือนสักครั้งถ้ามีโอกาส  ! 

โด่งดังกันไปทั่วโลกสำหรับชื่อของเกาะฮอกไกโด ที่หากใครได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่นก็จะต้องอยากไปกันอย่างแน่นอน และในครั้งนี้เราได้ รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม  6  แห่ง ในเมืองฮอกไกโด ที่ควรได้ไปเยือนสักครั้งถ้ามีโอกาส  !  ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับแต่ละสถานที่ที่อยู่ในเมืองฮอกไกโด ที่ต้องบอกเลยว่าเด็ดทุกที่จริงๆ หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีที่ใดน่าสนใจกันบ้างนั้น เราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ 1. ทุ่งดอกไม้ ฟูราโน่ (Furano Flower Field), เมือง Furano จะพาคุณมารู้จักกับสถานที่แห่งแรกที่มีชื่อว่า ทุ่งดอกไม้ ฟูราโน่ (Furano Flower Field), เมือง Furano ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทั่วโลกกันเลยทีเดียว สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองฟูราโน่ และทุ่งดอกลาเวนเดอร์เหล่านี้ก็ตั้งอยู่ทั่วเมืองด้วยเช่นกัน สำหรับภูมิภาคฮอกไกโดนี้นิยมปลูกดอกลาเวนเดอร์นี้มายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ จึงค่อนข้างได้ดอกลาเวนเดอร์ที่คุณภาพดีและสวยงามดังในภาพที่เห็น ในช่วงฤดูร้อนหรือประมาณเดือนกรกฎาไปจนถึงเดือนสิงหาคมนั้นดอกลาเวนเดอร์จะบานสะพรั่งทำให้ผู้คนมักจะมาถ่ายรูปและท่องเที่ยวกันยังสถานที่แห่งนี้มากมาย และไม่ได้มีเพียงดอกราวินเด้อเท่านั้น แต่ยังมีทั้งดอกทานตะวัน ดอกลูปินดอกป๊อบปี้ และดอกซันเวียให้คุณสามารถชมพร้อมเก็บภาพสวยสวยกลับบ้านได้อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่หากใครได้มาฮอกไกโดในช่วงหน้าร้อนก็จะต้องไม่อยากพลาดกันแน่นอน 2. สวนสัตว์อะซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo), เมือง Asahiyama เราจะพาคุณไปต่อกันที่ สวนสัตว์อะซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo), เมือง Asahiyama ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นต้นในเกาะฮอกไกโดที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมค่อนข้างมาก สวนสัตว์แห่งนี้มีสัตว์มากมายรวมทั้งมีนกเพ็ญกูวินว่ายน้ำที่คุณสามารถมองเห็นพวกเขาได้ในระยะใกล้ๆ อีกทั้งยังมีน้องหมีขั้วโลก […]

5 สถานที่เที่ยวยอดนิยม ที่น่าไปเยือนในปี 2022 ของฝั่งเกาะคิวชู ! 

5 สถานที่เที่ยวยอดนิยม ที่น่าไปเยือนในปี 2022 ของฝั่งเกาะคิวชู ! 

ท่องเที่ยวไปกับแต่ละภูมิภาคและจังหวัดต่างๆในประเทศญี่ปุ่นกับไปพอสมควรแล้ว ในครั้งนี้พวเราทีมงานจึงได้รวบรวมข้อมูลของ 5 สถานที่เที่ยวยอดนิยม ที่น่าไปเยือนในปี 2022 ของฝั่งเกาะคิวชู !  มาฝาก เพื่อให้คุณได้รู้จักกับสถานที่สวยๆที่น่าไปแห่งเกาะคิวชูกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งในแต่ละสถานที่ก็มาความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีที่ใดน่าไปบ้างต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ !  1.เบปปุ ออนเซน(Beppu Onsen)  มาเริ่มต้นกันกับสถานที่แรกที่มีชื่อว่า j เบปปุ ออนเซน(Beppu Onsen) หากเอ่ยชื่อเมืองเบปปุขึ้นมาแล้ว ใครหลายคนจะต้องนึกถึงกันแช่น้ำพุร้อนหรือที่เรียกกันว่าแช่ออนเซ็นกันมาเป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน นั่นก็เพราะเมืองแห่งนี้มีบ่ออนเซ็นมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นเมืองริมทะเลที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจและอยากมาสัมผัสกับบรรยากาศเหล่านี้กันอยู่เสมอ  สำหรับการแช่ออนเซ็นมี่เบปปุออนเซ็นแห่งนี้ค่อนข้างเป็นการแช่น้ำแร่ที่มีความทันสมัยมากกว่าในแบบดั้งเดิม อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติที่มากถึง8บ่อด้วยกัน มีการแช่ที่แปลกใหม่ หลากหลายรูปแบบให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส มีความแตกต่างจากแบบเดิมๆ มีการใช้ทรายร้อนเพื่อนำมาฝังตัวบำรุงผิว รวมทั้งยังมีบอกโคลนที่นำน้ำแร่ธรรมชาติมาใช้อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สาวๆค่อนข้างให้ความนิยมและไม่ได้มายืนเกาะแห่งนี้ก็จะต้องไม่พลาดกับการมาแช่ออนเซ็น 2.วัดนันโซอิน Nanzoin Temple แวะมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองฟุกุโอกะกันบ้างกับสถานที่ที่มีชื่อว่า วัดนันโซอิน Nanzoin Temple จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้เมื่อคุณมาถึงแล้วคุณจะพบกับรูปปั้นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นองค์นอนปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนมีความยาวมากถึง 41 เมตรและมีความสูงถึง 11 เมตร หกกนับน้ำหนักรวมกันก็น่าจะอยู่ประมาณราวๆ 300 ตัน ที่ขอบอกเลยว่ายิ่งใหญ่อลังการแบบสุดๆไปเลย  นอกจากจะมีความงดงามในด้านของศิลปะแล้ว ยังมีความศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับชาวเมืองซาซะกูริในจังหวัดฟูกุโอกะอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ค่อนข้างดึงดูดเหล่านักแสวงบุญให้เดินทางมาที่นี่กันอย่างมากมาย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญและน่าสนใจหากคุณได้มาเยือนที่เกาะคิวชูก็ต้องขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาด 3.เกาะร้าง ฮะชิมะ […]

รวมสุดยอดความชิลล์กับ 6 สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในภูมิภาคโทโฮคุ ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งหากมีโอกาส ! 

รวมสุดยอดความชิลล์กับ 6 สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในภูมิภาคโทโฮคุ ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งหากมีโอกาส ! 

ได้ท่องเที่ยวกันไปหลายภูมิภาคกันแล้ว และในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับภูมิภาคโทโฮคุกันให้มากยิ่งขึ้น โดยการ รวมสุดยอดความชิลล์กับ 6 สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติในภูมิภาคโทโฮคุ ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งหากมีโอกาส ! สำหรับภูมิภาคนี้ถึงแม้ว่าจะมีจังหวัดเล็กๆเพียงไม่กี่จังหวัดประกอบกันเท่านั้น แต่ก็มีมนต์เสน่ห์มากพอที่จะทำให้คุณตกหลุมรักได้อย่างเหลือเชื่อ หาดอยากทราบกันแล้วว่าแต่ละสถานที่ ที่เราได้นำมาฝากคุณกันในครั้งนี้ จะมีความน่าสนใจอย่างไรและจะน่าไปมากน้อยขนาดไหน ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ค่ะ  1.ลำธารโออิราเสะ (Oirase River) จะพาคุณมาเริ่มต้นกันที่ ลำธารโออิราเสะ (Oirase River) ที่หากใครได้เห็นตั้งแต่ครั้งแรก ก็ต้องขอบอกเลยว่าคุณจะต้องตกหลุมรักได้อย่างเหลือเชื่อ เนื่องจากสีสันของดอกไม้และพืชพันธ์นานาชนิดช่างงดงามและสดใสอย่างไร้การปรุงแต่งใดๆ นอกจากสีสันจากความเป็นธรรมชาติแท้ๆที่มีมาอย่างสมบูรณ์แบบ  สำหรับสถานที่แห่งนี้หากคุณมาในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้พี่จะมีคนเดินทางมาค่อนข้างน้อย แต่ความพิเศษของสองฤดูนี้คือคุณจะมองเห็นสีสันของธรรมชาติได้อย่างงดงามและสามารถมองเห็นทางเดินสองข้างทางที่เขียวชอุ่มไปตลอดระยะทางกว่า9กิโลเมตร หรือเป็นที่เที่ยวธรรมชาติที่สำคัญของภูมิภาคนี้อีกหนึ่งแห่งที่หากได้มีโอกาสมาเยือนโทโฮคุแล้วต้องไม่ควรพลาด 2.ทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa) จากน้ำตกเราจะพาคุณมาต่อกันที่ทะเลที่มีชื่อว่าทะเลสาบทาซาวะ (Lake Tazawa) สำหรับสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติซึ่งอยู่ในจังหวัดอาคิตะ เป็นทะเลที่มีความลึกมากถึง 423 เมตร ซึ่งเรียกได้ว่ามีความลึกมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ สีของทะเลสาบจะมีสีเข้มและอ่อนที่ไม่ได้เท่ากันไปทั่วท้องทะเล มีทัศนียภาพที่สวยงามมาก หากคุณมาที่สถานที่แห่งนี้คุณจะมองเห็นรูปปั้นที่เป็นรูปผู้หญิงสีทองยืนอยู่ในทะเล และผู้คนมักจะเรียกรูปปั้นนี้ว่ารูปปั้นทัตสึโกะ ซึ่งเป็นผู้หญิงที่อยู่ในตำนาน มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่าเธอถูกสาปให้เป็นมังกรและอาศัยอยู่อยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญของภูมิภาคนี้อย่างยิ่ง ที่หากได้มาเยอะแล้วต้องไม่ควรพลาด 3.หุบเขาเกนบิเคอิ (Genbi Valley) จะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่อื่นๆกับ หุบเขาเกนบิเคอิ (Genbi Valley) […]

6 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเอฮิเมะ เมืองเล็กๆที่มีมนต์ขลังของภูมิภาคชิโคกุ ! 

6 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเอฮิเมะ เมืองเล็กๆที่มีมนต์ขลังของภูมิภาคชิโคกุ ! 

จะพาคุณท่องเที่ยวที่ภูมิภาคชิโคกุกันบ้าง สำหรับทางภูมิภาคนี้ถือเป็นภูมิภาคเล็กๆในประเทศญี่ปุ่นที่ประกอบไปด้วยจังหวัดเล็กๆไม่กี่จังหวัด แต่ก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย และในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 6 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเอฮิเมะ เมืองเล็กๆที่มีมนต์ขลังของภูมิภาคชิโคกุ ! ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก แต่มีธรรมชาติและซ่อนมนต์เสน่ห์เอาไว้จนน่าค้นหา นักเดินทางหลายๆเชื้อชาติต่างปรารถนาที่จะได้มาสัมผัสสักครั้ง จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราได้รวบรวมสถานที่แต่ละแห่งมาฝากคุณกันไว้ที่นี่ในครั้งนี้ หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีสถานที่ใด น่าสนในและน่าไปเยือนบ้าง ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ !  1.พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อุจิโกะ (商いと暮らし博物館) ก่อนอื่นเราจะพาคุณมารู้จักกับสถานที่แรก ซึ่งมีชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อุจิโกะ (商いと暮らし博物館)  สำหรับสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองเมืองอุจิโกะ ในจังหวัดเอฮิเมะ เป็นพี่พี่ตภัณฑ์ที่มีความเก่าแก่ซึ่งจะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองอิจิโกะ ในสถานที่แห่งนี้จะมีหุ่นขี้ผึ้งแต่งกายเป็นชาวญี่ปุ่นสมัยโบราณ ในช่วงศตวรรษที่ 19 ถึงศตวรรษที่ 20 จะมีอยู่ด้วยกันถึง2ชั้น  ฉันคุณสามารถเดินชมสถานที่ได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 9 โมงเช้าไปจนถึงช่วงเย็น 4 โมงครึ่ง จะมีค่าตั๋วเข้าชมประมาณไม่เกิน 200 เยนสำหรับผู้ใหญ่และสำหรับเด็กไม่เกิน 100 เยน  และที่อยู่ใกล้ใกล้กันก็จะเป็นโรงละครกลับบ้านพักคามิฮากะ ซึ่งคุณสามารถเยี่ยมชมและเดินเที่ยวได้เช่นกันแต่จะมีค่าข้าวต่างหากโดยผู้ใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 900 เยนและเด็กจะอยู่ที่ประมาณ 450 เยน สำหรับการไปเยือนสถานที่แห่งนี้คุณสามารถนั่งรถไฟสายJR Uchiko ไปลงและใช้เวลาเดินต่อไปอีกประมาณเพียง 10 นาทีเท่านั้น ก็จะได้พบกับบรรยากาศที่แสนจะอบอุ่นและย้อนยุคอย่างลงตัวได้แบบง่ายๆ 2.ปราสาทอิมะบะริ (今治城) โดยส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นจะมีปราสาทโบราณอยู่ด้วยกันมากมาย […]

5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดธรรมชาติแห่งเมือง ฟุกุชิม่า ที่น่าไปเยือนแห่งปี 2022 !

5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดธรรมชาติแห่งเมือง ฟุกุชิม่า ที่น่าไปเยือนแห่งปี 2022 !

จะพาคุณไปรู้จักกับอีกหนึ่งจังหวัดที่มีความน่าสนใจ กับจังหวัดที่มีชื่อว่าฟุกุชิม่าหรือใครหลายคนอาจเรียกว่าฟุกุชิมะ  ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไปท่องเที่ยวกับ 5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดธรรมชาติแห่งเมือง ฟุกุชิม่า ที่น่าไปเยือนแห่งปี 2022 ! ซึ่งหากคุณได้มีโอกาสไปยังจังหวัดแห่งนี้คุณจะได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นโบราณ เป็นเมืองเล็กๆที่มีความสวยงามและอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันแสนสงบ  ซึ่งในแต่ละแห่งที่เราจะพาคุณไปชมกันในครั้งนี้ล้วนแล้วแต่มีความงดงามที่แตกต่างกัน หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีที่ใดน่าไปบ้าง ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ 1.หมู่บ้านโบราณโออุจิ จูกุ (大内宿) สำหรับสถานที่แรกที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันก็คือ หมู่บ้านโบราณโออุจิ จูกุ (大内宿)  ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดที่เรียกความน่าสนใจให้กับนักเดินทางและชาวต่างชาติทั่วโลกกันกันเลยทีเดียว เพราะจะทำให้คุณรู้สึกราวกับอยู่ในเมืองย้อนยุค สำหรับสถานที่แห่งนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณมีถนนที่ทอดยาวกว่า 500 เมตร ตั้งอยู่ในจังหวัดนีงาตะ เอกลักษณ์ของบ้านเรือนของหมู่บ้านนี้ก็คือ เป็นบ้านแบบชาวนาในสมัยก่อน และมีการมุงหลังคาด้วยหญ้าที่มีความหนามาก จนสามารถต้านทานหิมะในฤดูหนาวได้มาจนถึงปัจจุบัน สังเกตุได้จากภาพด้านบนที่เรานำมาฝากกันได้เลย ในสมัยอดีตได้เคยเป็นสถานที่พักของเหล่าพ่อค้า และซามูไร รวมทั้งนักเดินทางที่มาที่นี่ แต่ในปัจจุบันได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีร้านค้าต่างๆมีร้านขายของฝากทมีร้านขนมและคาเฟ่น่ารักๆให้คุณได้เข้าไปสัมผัส ในช่วงเทศกาลก็จะมีขบวนพาเรท รวมไปถึงการนำโคมไฟมาจุดวางเอาไว้ ที่บริเวณหน้าบ้านของบ้านทุกๆหลังหากคุณต้องการสัมผัสกับวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ ก็สามารถมาชมและมาพักได้ ซื้อเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดหักได้มายืนที่จังหวัดฟูกูชิม่าแห่งนี้ 2.ปราสาทซึรุกะ (鶴ヶ城) เราจะพาคุณไปต่อกันที่ ปราสาทซึรุกะ (鶴ヶ城) ซึ่งเป็นปราสาทโบราณที่ได้ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยังของความดั้งเดิมในสไตล์ของความเป็นญี่ปุ่นโบราณเอาไว้มากเลยทีเดียว มีทั้งหมดด้วยกัน7ชั้น แต่ในปัจจุบันนั้นจะมีเพียง 5ชั้นเท่านั้น ภายในมีพิพิธภัณฑ์เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็สามารถเข้าไปชมโบราณวัตถุภายในได้ มีความงดงามที่จะทำให้เราจะได้สัมผัสถึงศิลปะของความโบราณในสมัยก่อนเป็นอย่างดี […]

6 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่น่าสนใจของเมืองนารา แห่งปี 2022 !   

6 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่น่าสนใจของเมืองนารา แห่งปี 2022 !   

หากมีใครถามถึงจุดเด่นของจังหวัดนาราในประเทศญี่ปุ่น เราคงจะต้องนึกถึงน้องกวางทั้งหลาย เพราะอาหารและขนมล้วนแล้วแต่ก็มีรูปกวางเต็มไปหมด แม้แต่วัดบางแห่งเรายังสามารถเห็นกวางได้แบบง่ายๆ และในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 6 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่น่าสนใจของเมืองนารา แห่งปี 2022 !  เพราะเราเชื่อว่าถึงแม้ว่าจังหวัดแห่งนี้จะเป็นเพียงสถานที่ที่ไม่กว้างใหญ่มากนัก แต่ก็ยังคงแอบซ่อนเสน่ห์อันลึกลับและวัฒนธรรมอันงดงามของญี่ปุ่นโบราณเอาไว้อย่างมากมาย จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหล่าบรรดานักเดินทางจึงต่างพากันอยากเดินทางไปเยือนและได้สัมผัส 1.วัดโทไดจิ จะพาคุณมารู้จักกับสถานที่เที่ยวที่แรกซึ่งก็คือ วัดโทไดจิ ถ้าคุณได้มีโอกาสมาที่จังหวัดนาราวัดที่ผู้คนมักจะมาสักการะก็คือวัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมานานกว่า 1200 ปี และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เป็นวัดแบบพุทธและตั้งอยู่ในเมืองนารา ซึ่งในอดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ก็คือเมืองนารานี่เอง เอกลักษณ์และความโดดเด่นของวัดแห่งนี้ก็คือวิหารไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีชื่อเรียกว่าไดบุทสึเด็น อีกทั้งภายในยังมีพระพุทธรูปไดบุทสึที่เป็นสำริดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นประดิษฐานอยู่ภายในนั้นอีกด้วย และนอกจากนี้ทางยูเนสโกยังได้ขึ้นทะเบียนให้กลายเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่มีความสำคัญของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ที่หากได้มาเยอะแล้วต้องห้ามพลาด 2. ย่านนารามาจิ  หลังจากไปวัดที่มีความสำคัญของประเทศญี่ปุ่นกันมาแล้วต่อไปเราจะพาคุณไปเดินเที่ยวกันที่ ย่านนารามาจิ  ซึ่งคุณจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่นโบราณเพราะตลอดสองข้างถนนนั้นจะอุดมไปด้วยอาคารไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น มีร้านค้าน่ารักๆ รวมไปถึงคาเฟ่และแกลอรี่ต่างๆ และนอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นเพื่อเปิดไว้รอบริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้วย  ซึ่งภายในได้มีการโชว์แสดงงานคราฟต์สไตล์ญี่ปุ่นให้เราได้เห็น พร้อมทั้งมีเวิร์คช็อปให้เราได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆอีกมากมาย หากคุณได้มาเยือนก็ต้องขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดเพราะคุณจะได้ของฝากและของที่ระลึกเก๋ๆแบบไม่ซ้ำใครกลับไปฝากเพื่อนกันอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่างานแฮนด์เมดของญี่ปุ่นค่อนข้างมีคุณภาพและงานไอเดียของคนที่นี่ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะแก่การมาเดินเที่ยวแบบชิลล์ๆ 3.ย่านอิไมโช และต่อไปเราจะพาคุณไปรู้จักกับอีกหนึ่งสถานที่ที่มีชื่อว่าย่านอิไมโช สำหรับญาตินี้เรียกได้ว่าเป็นย่านของซามูไรเก่าในสมัยก่อน ที่ทางประเทศญี่ปุ่นได้มีการอนุรักษ์ไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชม  เรียกได้ว่าหากคุณได้มาเยือนแล้วคุณจะรู้สึกสัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่นโบราณในสมัยเอโดะ เพราะได้มีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจนแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยก็ว่าได้  ทั้งสองข้างทางของที่นี่จะเป็นอาคารบ้านเรือนแบบที่ผู้คนในสมัยก่อนอยู่อาศัย เป็นบ้านไม้โบราณที่มีความสวยงามแบบญี่ปุ่นแท้ๆ และจะไม่มีป้ายบอกทางให้กับคุณหรือนักท่องเที่ยวได้ทราบ แต่คุณก็จะสามารถเดินเล่นได้อย่างเพื่อนเพลินและไม่หลงทางเพราะมีความเป็นระเบียบแบบสุดๆ และทั้งสองข้างทางก็ยังมีค้าน่ารัก มีร้านกาแฟต่างๆ […]