สัมผัสกับบรรยากาศของ 7 เทศกาลสำคัญฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่นจากแต่ละท้องถิ่น ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

กลับมาพบกันเช่นเคยสำหรับเว็บไซต์ที่จะทำให้คุณได้รู้จักกับประเทศญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้พาคุณไปรู้จักกับเทศกาลต่างๆพร้อมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นกันอย่างมากมายเป็นแล้วและครั้งนี้เราจะพาคุณมา สัมผัสกับบรรยากาศของ 7 เทศกาลสำคัญฤดูใบไม้ร่วงในประเทศญี่ปุ่นจากแต่ละท้องถิ่น ! การดูบ้าง เพราะเราเชื่อว่าเมื่อใดก็ตามประเทศญี่ปุ่นได้เปิดให้ผู้คนและนักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวกันอีกครั้ง ย่อมถือเป็นโอกาสที่ดีในการเยี่ยมชมเทศกาลและสถานที่ต่างๆที่เราได้นำมาฝากกันในครั้ง อยากทราบแล้วว่าจะมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจมากน้อยเพียงใดนั้น ต้องอย่ารอช้าเรามาชมกันได้เลยดังนี้  1.เทศกาล Ohara / จังหวัด Kagoshima สำหรับเทศกาลแรกที่เราจะพาคุณมารู้จักกันในครั้งนี้ก็คือ เทศกาล Ohara / จังหวัด Kagoshima เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีความยิ่งใหญ่แบบสุดๆแห่งภูมิภาค Kyushu กันเลยทีเดียวเทศกาลนี้ส่วนใหญ่แล้วบุคคลมักจะมาร่ายรำพร้อมกับเล่นดนตรีกันอย่างอลังการ โดยพวกเขาจะใช้กองทาโกะมาทำการบรรเลงเพลงต่างๆไปพร้อมกับการเคลื่อนขบวนที่มีผู้คนมากกว่า 20,000 คน มาเข้าร่วม และนอกจากนี้ยังมีผู้เข้าเยี่ยมชมปีละไม่ต่ำกว่า 600 คนอีกด้วย สำหรับเทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิมของจังหวัดคาโกชิมะ และดนตรีที่พวกเขาได้รำนั้นก็เป็นท่วงทำนองแบบท้องถิ่นตามประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งหากคุณได้มีโอกาสไปในจังหวัดแห่งนี้ต้องไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ความน่าสนใจและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนทั่วโลก  2. เทศกาลโคมกลางคืน Chichibu Yomatsuri / จังหวัด Saitama เทศกาลต่อไปที่เราจะพาคุณไปรู้จักก็คือ เทศกาลโคมกลางคืน Chichibu Yomatsuri / จังหวัด Saitama โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะถูกจัดขึ้นในช่วงเวลากลางคืนของ วันที่ 2-3 ของเดือนธันวาคมในทุกๆปี และมักจะถูกจัดขึ้นในจังหวัดไซตามะ […]

7 สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปให้ได้ เมื่อมาถึงเมืองมิยางิ แห่งประเทศญี่ปุ่นแล้ว !

เที่ยวญี่ปุ่น

เมื่อเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองมิยางิ ใครหลายคนอาจไม่ค่อยจะชินหูกับชื่อเมืองนี้กันเท่าไรนัก จึงทำให้ในครั้งนี้เราได้รวบรวมข้อมูลของ 7 สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปให้ได้ เมื่อมาถึงเมืองมิยางิ แห่งประเทศญี่ปุ่นแล้ว ! เพราะเราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่าน ที่กำลังต้องการเดินทางท่องเที่ยวไปยังเมืองมิยางิ และมองหาจุดชมวิว แหล่งช้อปปิ้งรวมถึงแหล่งซื้อของฝากต่างๆ ซึ่งในครั้งนี้เราได้รวบรวมแต่ละสถานที่น่าสนใจมาฝากคุณกันไว้ที่นี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากต้องการทราบกันแล้วว่าจะมีสถานที่ใดที่น่าไปบ้าง ต้องอย่ารอช้า เราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้    1.ปากปล่องภูเขาไฟโอคามะ (御釜) จะพาคุณไปเริ่มต้นกันกับสถานที่แรก ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอันซีนของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ กับสถานที่ที่มีชื่อว่า ปากปล่องภูเขาไฟโอคามะ (御釜) ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาซะโอะ มีทัศนียภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด ด้วยสีเขียวมรกตที่ปรากฏอยู่ทางปากของปล่อง ซึ่งลักษณะของปล่องไฟนี้มีความคล้ายกับหม้อหุงข้าวของสมัยก่อนเป็นอย่างมาก จึงทำให้ปากปล่องนี้ถูกเรียกว่า โอคามะ ซึ่งมีความหมายว่าหม้อนั่นเอง ซึ่งทะเลสาบแห่งนี้สามารถเปลี่ยนสีได้มากถึง5สี  จึงทำให้ผู้คนและนักเดินทางทั่วโลกต่างให้ความสนใจ ในการเดินทางมาในสถานที่แห่งนี้เพื่อชมทัศนียภาพอันสวยงาม ที่เรียกได้ว่าเป็นอันซีนของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคุณสามารถเดินทางมาที่นี่โดยการขึ้นกระเช้าลอยฟ้า เพื่อขึ้นมายังจุดชมวิวได้แบบสบายๆ แต่ก็ควรมีการเตรียมตัวและแต่งตัวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่หากได้มาเยือนเมืองมิยาหงิแล้วควรจะต้องได้มาซักครั้ง! 2.ปราสาทอาโอบะ (青葉城) เราจะพาคุณไปต่อกันที่ ปราสาทอาโอบะ (青葉城) ซึ่งหากคุณมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้วจุดสังเกตง่ายๆก็คือ รูปปั้นอันโดดเด่นของท่านดาเตะ มะซะมุเนะ ที่ประดับอยู่ตรงกลางอนุสาวรีย์ท่านผู้คือสุดยอดซามูไรที่ได้นำความเจริญมาสู่เมืองเซนไดแห่งนี้ ซึ่งในสมัยก่อนบริเวณปราสาทเซนไดถือเป็นป้อมปราการที่ใช้สำหรับป้องกันข้าศึกได้เป็นอย่างดี  ถ้าคุณได้มีโอกาสมาถึงสถานที่แห่งนี้ก็สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ปราสาทอะโอบะ ได้ซึ่งภายในจะมีการเก็บข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ในสมัยเอโดะเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู พร้อมทั้งยังมีภาพยนตร์สั้นที่เกี่ยวกับปราสาทแห่งนี้ให้คุณได้ชมด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีจุดชมวิวที่ทำให้คุณสามารถมองเห็นเมืองเซนต์ไดได้ชัดเจนแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว […]

6 สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าไปในเมืองอาคิตะ ของปี 2022 ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

จะพาคุณมาท่องเที่ยวกับอีกหนึ่งจังหวัดในประเทศญี่ปุ่น ที่มีความน่าสนใจอย่างจังหวัดอาคิตะ หรือบางท่านอาจเรียกว่าอากิตะ ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคโทโฮกุ เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่และประเพณีโบราณ จนเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้เราได้รวบรวม 6 สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าไปในเมืองอาคิตะ ของปี 2022 ! มาฝากคุณกันในครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจในเมืองนี้ได้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีอะไรน่าสนใจ และมีสถานที่สวยสวยใดบ้างที่น่าไป เราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ 1. พิพิธภัณฑ์นามาฮาเกะและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านโอกะชินซัง สถานที่แรกที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันในจังหวัดอาคิตะหรืออากิตะ ก็คือ พิพิธภัณฑ์นามาฮาเกะและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านโอกะชินซัง  ซึ่งก่อนอื่นจะต้องขอเล่าถึงประเพณีประจำท้องถิ่นของที่นี่กันเสียก่อนก็คือ สำหรับคืนข้ามปีทุกวันที่ 31 ธันวาคม วัยรุ่นของที่นี่จะต้องสวมใส่ชุดและแต่งตัวเป็นยักษ์ เพื่อไปเยือนบ้านแต่ละบ้านในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการขอพรเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ  จนเมื่อปี 1978 ได้มีการยกย่องให้เป็นมรดกชาติในเรื่องของภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก และในปัจจุบันก็ได้มี “พิพิธภัณฑ์นามาฮาเกะ” และ “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านโอกาสชินซัง” สำหรับเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวและคนรุ่นหลังได้รู้จักกับชนพื้นเมืองของที่นี่ ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก และหากใครได้มาที่นี่ก็สามารถใส่ชุดนามาฮาเกะเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกได้ ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์นั้นได้มีการจำลองบ้านเรือนแบบสมัยโบราณของชาวพื้นเมืองที่นี่ไว้ จึงทำให้คุณสามารถสัมผัสถึงบรรยากาศของความคลาสสิคและความขลังของที่นี่ได้เป็นอย่างดี 2. นิวโตออนเซ็น (Nyuto Onsen) และสำหรับท่านใดที่ชอบแช่ออนเซ็นในฤดูหนาว ต้องขอบอกเลยว่าสถานที่ที่เราจะพาคุณไปรู้จักนี้ คุณต้องไม่ควรพลาด หาก เพราะมีทัศนียภาพที่สวยงามมากและมีความเป็นธรรมชาติสูงซึ่งก็คือ นิวโตออนเซ็น (Nyuto Onsen) ซึ่งได้ตั้งอยู่ที่บริเวณเชิงเขานิวโต […]

5 ของฝากจากงานหัตถกรรมในเมืองอาคิตะ ที่น่าซื้อติดมือกลับบ้าน แห่งปี 2022 ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ขึ้นชื่อว่าได้มาถึงเมืองอาคิตะซึ่งถือเป็นเมืองที่มีเทือกเขาอันเป็นมรดกโลก ซึ่งความโดดเด่นนอกจากในเรื่องของการท่องเที่ยวแล้วของฝากก็ถือเป็นสินค้าที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไม่แพ้จังหวัดอื่นๆเช่นกัน ในครั้งนี้เราได้รวบรวม 5 ของฝากจากงานหัตถกรรมในเมืองอาคิตะ ที่น่าซื้อติดมือกลับบ้าน แห่งปี 2022 !  มาฝากคุณเอาไว้ที่นี่เป็นที่เรียบร้อยแล้วหากอยากทราบกันแล้วว่า จะมีสินค้าชนิดใดน่าสนใจกันบ้างต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.เครื่องเขินคาวาสึระ เราจะพาคุณมาเริ่มต้นกันกับของฝากชิ้นแรก ที่เราจะพาคุณไปรู้จักซึ่งมีชื่อว่า เครื่องเขินคาวาสึระ  ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่มีกรรมวิธีในการผลิตแบบดั้งเดิมของคนท้องถิ่นที่นี่ มีความเป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นโบราณของสมัยเอโดะแฝงเอาไว้ในชิ้นงานอย่างเห็นได้ชัด โดยการใช้วิธีเคลือบรองพื้นและเคลือบชั้นกลางหลายครั้งจนได้ผชิ้นงานที่ดี และมีความพิถีพิถันในการทำอย่างยิ่ง และมีชื่อเสียงโด่งดังที่ใครมาถึงแล้วจะต้องซื้อชิ้นงานกลับไปประดับบ้าน หรือนำไปเป็นของฝากให้กับคนสำคัญ  2.งานฝีมือจากลวดเงินแบบอาคิตะ  จะพาคุณไปรู้จักกับอีกหนึ่งของฝากซึ่งก็คือ งานฝีมือจากลวดเงินแบบอาคิตะ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ได้รับการยกย่องให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาวัฒนธรรม ของเมืองอาคิตะที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งเป็นงานศิลปะที่ได้มีการสืบทอดกันมาเป็นเวลาอันยาวนานมาอย่างต่อเนื่องกว่า 200 ปี ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมโบราณของญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเอโดะ  ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นนั้นได้เกิดจากความปราณีตด้วยฝีมือของชาวอาคิตะ ที่มีความชำนาญในการทำด้วยขนาดของการใช้เงินบริสุทธิ์ ที่มีเส้นบางมากเพียงประมาณ 0.2 มิลลิเมตรเท่านั้นและนำมาพันให้เป็นรูปต่างๆ อย่างเช่นดอกไม้และผีเสื้อ ค่อนข้างได้รับความนิยมสูงตามภาพด้านบนที่เรานำมาฝากกัน 3.ตุ๊กตายาบาเซะ  จะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งของฝากที่มีชื่อว่า ตุ๊กตายาบาเซะ ซึ่งเป็นงานศิลปะในรูปแบบหัตถกรรม ของชาวอาคิตะที่มีชื่อเสียงโด่งดังเช่นกัน ซึ่งได้มีการสืบเนื่องการผลิตตุ๊กตานี้มาตั้งแต่สมัยอันเอ จนถึงสมัยเท็นเม (หรือในช่วงปี 1772 ไปจนถึง 1789) เป็นงานศิลปะเก่าแก่ที่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพอากาศของผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนหิมะแห่งนี้ ซึ่งให้ความรู้สึกหนักหน่วงและให้สีสันแบบจืดชืดเรียบง่าย และคงความเป็นเอกลักษณ์อันชัดเจน ที่ถือเป็นเสน่ห์อีกหนึ่งอย่างของแต่ละชิ้นงาน ซึ่งหากใครได้มาที่เมืองอาคิตะ ก็มักจะซื้อตุ๊กตานี้กลับไปประดับตกแต่งบ้านกันเป็นอย่างมาก หรือบางท่านอาจนำไปเป็นของฝากให้กับผู้หลักผู้ใหญ่หรือคนสำคัญต่างๆ […]

5 ของฝากน่ารักๆจากเมืองนารา ยอดนิยม ที่น่าซื้อแห่งปี 2022 ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

หากเอ่ยชื่อถึงจังหวัดนาราของประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาแล้ว หลายๆท่านอาจจะต้องนึกถึงภาพกวางของเมืองนาราขึ้นมากันอย่างแน่นอน นอกจากเมืองนารานี้จะมีความเป็นธรรมชาติที่ให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวได้ไปรู้จักกันแล้ว ยังมีของฝากน่ารักๆให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้อีกเพียบ เราจึงได้รวบรวม  5 ของฝากน่ารักๆจากเมืองนารา ยอดนิยม ที่น่าซื้อแห่งปี 2022 ! มาฝากคุณกันไว้ในครั้งนี้ ซึ่งพวกเราทีมงานเชื่อว่า จะต้องมีของฝากที่ทำให้คุณถูกใจกันได้อย่างแน่นอน หากอยากทราบกันว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจ ต้องอย่ารอช้าค่ะ เราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้   1.พุดดิ้งพระใหญ่ไดบุตสึ  ของฝากชิ้นแรกจากเมืองนาราที่เราจะพาคุณไปรู้จักก็คือ พุดดิ้งพระใหญ่ไดบุตสึ ซึ่งเป็นพุดดิ้งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ซึ่งจะเป็นพุดดิ้งรูปพระใหญ่ และราคาไม่แพง โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 400 เยนต่อหนึ่งชิ้น และจะมีให้เลือกซื้อกลับบ้านถึง2ขนาด อีกทั้งยังมีรสชาติอร่อยที่หากใครได้ชิมแล้วก็จะต้องอยากกลับมาซ้ำกันอย่างแน่นอน และมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม ดูเก๋และแปลกตากว่าพุดดิ้งอื่นๆเท่าที่เคยมีมา จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนจึงนิยม นำไปเป็นของฝากกันอย่างมาก 2.โซเม็ง มิวะจะยะ (Soumen dokoro Miwachaya) ของฝากอีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจและมีที่นี่ทีเดียวก็คือโซเม็ง มิวะจะยะ (Soumen dokoro Miwachaya) ความเป็นเอกลักษณ์ของโซเม็งแห่งนี้ ก็คือมีความเหนียวนุ่มและมีลักษณะพิเศษตรงที่เป็นเส้นที่มีขนาดเล็กกว่าทั่วไป มีกรรมวิธีในการทำโดยการนวดเส้นด้วยมือ จึงทำให้มีรสชาติอร่อยและค่อนข้างเป็นที่สนใจแก่ผู้คนที่ได้พบเห็น ซึ่งคุณสามารถรับประทานที่ร้าน หรือซื้อกลับไปต้มทานเองที่บ้านก็ได้ หรือต้องการซื้อไปเป็นของฝากก็สามารถทำได้ สามารถทานได้ทั้งในรูปแบบร้อนและเย็น 3. พู่กันนารา มาต่อกันกับอีกหนึ่งของฝากที่มาเมืองนาราแล้ว ต้องซื้อกลับบ้านให้ได้ โดยเฉพาะคนวาดรูปซึ่งก็คือ พู่กันนารา […]

9 ของฝากยอดนิยม จากเมืองโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่น่าซื้อปี 2022 ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

เมื่อได้ไปเยือนถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว เมื่อได้ท่องเที่ยวพักผ่อนกันอย่างอิ่มเอมแล้ว เห็นทีก็คงจะต้องถึงเวลาของการหาของฝากไปฝากเพื่อนๆและคนที่บ้านกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งหากใครได้มาถึงโตเกียวแล้วต้องขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดกับ 9 ของฝากยอดนิยม จากเมืองโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ที่น่าซื้อปี 2022 !  ซึ่งในครั้งนี้พวกเราทีมงานก็ได้รวบรวมของฝากแต่ะชนิดมาฝากคุณเอาไว้ที่นี่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากอยากทราบว่าจะมีอะไรน่าสนใจและน่าซื้อกลับไบ้านกันแล้วล่ะก็ อย่ารอช้าค่ะ เราไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่า  1.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือมาม่าญี่ปุ่น ของฝากเพื่อนๆชิ้นแรก หากใครได้มาเมืองโตเกียวแล้ว สิ่งที่จะต้องนึกถึงเป็นชิ้นแรกและซื้อกลับไปเป็นของฝากกันเลยก็คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือมาม่าญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ตามสถานที่ทั่วไปไม่ว่าจะตามร้านสะดวกซื้อ หรือตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงและมีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นแท้อีกด้วย 2.เบียร์ญี่ปุ่น สำหรับคอแอลกอฮอล์แล้วล่ะก็หากใครได้มาที่ประเทศญี่ปุ่น ก็จะต้องไม่ลืมซื้อ เบียร์ญี่ปุ่น ติดกระเป๋ากลับบ้านกันไปอย่างแน่นอนซึ่งเบียร์ญี่ปุ่นนั้น ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จึงทำให้คนทั่วโลกต้องการชิมเบียร์ของที่นี่เมื่อได้มาถึง อีกทั้งยังมีในรูปแบบคอลเลคชั่นวางจำหน่าย และมีขายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น และการซื้อเบียร์เป็นคอลเลคชั่นจึงถือเป็นเอกลักษณ์ของผู้คนที่นี่ และเป็นอีกหนึ่งความนิยมที่ผู้คนทั่วโลกค่อนข้างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก 3.เยลลี่ Gummytzel เราจะพาคุณไปรู้จักกับอีกหนึ่งของฝากที่มีชื่อว่า เยลลี่ Gummytzel  ซึ่งมีลักษณะเป็นเย็นลี่ที่มีการเคลือบด้วยน้ำตาลมีความเหนียวหนืดและมีรสชาติอร่อย มีความหอมและมีให้เลือกมากถึง6รสชาติ มีรูปทรงที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ถูกบรรจุใน package ที่มีความน่ารัก เป็นอีกหนึ่งของฝากให้กับผู้คนได้ทุกเพศทุกวัย 4. เค้กสตรอเบอรี่กินซ่า (Ginza Strawberry Cake) อีกหนึ่งของฝากที่ผู้คนมักจะซื้อกลับบ้านก็คือ เค้กสตรอเบอรี่กินซ่า (Ginza Strawberry Cake) […]

มารู้จัก “วันเซจินโนะฮิ” หรือวันบรรลุนิติภาวะของสาวๆชาวญี่ปุ่นกันเถอะ ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

สำหรับครั้งนี้เรายังคงอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคย หลายๆบทความที่ผ่านมาเราได้พาคุณไปทำความรู้จักกับหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นกันไปพอสมควรแล้ว ในครั้งนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับวันสำคัญของชาวญี่ปุ่นกันบ้าง ซึ่งในครั้งนี้เราจะมาพูดถึงหัวข้อ  มารู้จัก “วันเซจินโนะฮิ” หรือวันบรรลุนิติภาวะของสาวๆชาวญี่ปุ่นกันเถอะ ! ที่เราเชื่อว่าอาจมีใครหลายคนยังไม่ทราบถึงวันสำคัญนี้ และในครั้งนี้เราจะมาบอกเล่าถึงความเป็นมา รวมไปถึงวิธีปฏิบัติตนในวันสำคัญของวัยรุ่นญี่ปุ่นให้คุณได้ทราบกัน ณ ที่นี้ด้วยเช่นกัน หลังจากทราบกันแล้วว่าจะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  วัน “เซจินโนะฮิ” คืออะไร ?  สำหรับ “วัน เซจิน โนะ ฮิ” มีความหมายที่แปลว่าวันบรรลุนิติภาวะ ซึ่งคำว่า เซจิน ของภาษาญี่ปุ่นจะหมายความว่าผู้ใหญ่ หรือเรียกได้ว่าเป็นวันที่เด็กวัยรุ่นได้กลายเป็นผู้ใหญ่แบบเต็มตัวแล้วนั่นเอง ซึ่งตามสิทธิแล้ว สิทธิของพลเมืองแบบเต็มรูปแบบของที่นี่ สามารถสูบบุหรี่ดื่มแอลกอฮอล์และใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้  วันบรรลุนิติภาวะของญี่ปุ่น มีความเป็นมาอย่างไร ?  สำหรับวันสำคัญนี้ได้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณในช่วงยุคเอโดะหรือราวๆปี ค.ศ  1603 – 1868 ซึ่งเรียกได้ว่ามีกันมาอย่างยาวนานพอสมควร โดยในสมัยโบราณนั้นมักจะถูกจัดขึ้นในครอบครัวของซามูไรเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองว่าเด็กคนนั้นได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว ที่สามารถแต่งงานและมีครอบครัวได้แล้ว แต่ในสมัยโบราณในยุคนั้นวัยที่จะบรรลุนิติภาวะได้อย่างสมบูรณ์ก็คือเด็กชายที่อายุ 15 ปีบริบูรณ์ และเด็กผู้หญิงที่มีอายุ 13 ปีบริบูรณ์  จากนั้นต่อมาในช่วงปีค.ศ 1876 ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งวัยที่จะสามารถบรรลุนิติภาวะได้นั้น เด็กวัยรุ่นจำเป็นจะต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปทั้งหญิงและชาย […]

รู้จักเทศกาลสำคัญของฤดูใบไม้ผลิ พร้อมชิลล์ไปกับ 5 สถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ ของประเทศญี่ปุ่นแห่งปี 2022  ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคย ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้พาคุณไปรู้จักกับสถานที่เที่ยวในจังหวัดต่างๆและอาหารหลากรสกันไปแล้ว ในครั้งนี้เราจะพาคุณไป รู้จักเทศกาลสำคัญของฤดูใบไม้ผลิ พร้อมชิลล์ไปกับ 5 สถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ ของประเทศญี่ปุ่นแห่งปี 2022  ! กันดูบ้าง เพราะเราเชื่อว่าคุณจะต้องเพลินและสนุกสนานไปกับวัฒนธรรมต่างๆของใช้ญี่ปุ่น พร้อมกับเทศกาลและสถานที่จัดงานสุดอลังการ ที่จะทำให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจกันอย่างแน่นอน หากอยากทราบแล้วว่า จะมีสถานที่ใดที่น่าสนใจและน่าไปกันบ้าง ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.เทศกาลอินุยามะ (Inuyama Festival), ไอจิ (Aichi) จะพาคุณมารู้จักกับงานเทศกาลในสถานที่แรกที่มีชื่อว่า เทศกาลอินุยามะ (Inuyama Festival), ไอจิ (Aichi) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเทศกาลเก่าแก่ที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์อย่างมาก ซึ่งมีการจัดงานอย่างต่อเนื่องมาอย่างยาวนานขึ้นมากกว่า 370 ปี ในงานเทศกาลนี้จะมีขบวนแห่เกี้ยวที่มีขนาดใหญ่มากและมีความสูงมากถึง 8 เมตร ซึ่งขบวนแห่งนี้จะถูกเคลื่อนที่ไปตามถนน ในสองข้างทางของเส้นทางการแห่นี้จะได้ล้อมไปด้วยดอกซากุระที่กำลังผลิบานและทัศนียภาพอันงดงามของเมือง  ในช่วงเวลากลางคืนก็จะมีการจุดโคมไฟเอาไว้บนรถดาชิเป็นจำนวนมาก สร้างความงดงามให้กับเทศกาลแห่งนี้ในยามค่ำคืนได้มาก ส่วนใหญ่แล้วมักจะถูกจัดขึ้นเมืองไอจิ ของทุกๆปี และมักจะแห่ขบวนเที่ยวนี้ไปรอบๆปราสาทอินุยามะ หากคุณต้องการไปเยี่ยมชมเทศกาลนี้ต้องไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งสามารถนั่งรถไฟไปลงยังสถานี Inuyama จากนั้นให้นั่งรถบัสต่อไปโดยใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ก็จะถึงได้แบบไม่ยุ่งยาก และนอกจากนี้ยังไม่เสียค่าเข้าชมงานอีกด้วย  2.เทศกาลซันจะมัตสึริ ที่อาซากุสะ (Asakusa Sanja Festival), […]

ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ พร้อมสถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ของประเทศญี่ปุ่น! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคยและเมื่อฤดูกาลแห่งการชมดอกไม้ไฟมาถึง เราเชื่อว่าใครหลายคนจะต้องกำลังมองหาสถานที่ในการชมดอกไม้ไฟกันอยู่อย่างแน่นอน และจะดีแค่ไหนหากการได้จูงมือใครสักคนไปชมด้วยกัน  ในครั้งนี้เราจึงได้รวบรวมเรื่องราวของ ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ พร้อมสถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ของประเทศญี่ปุ่น ! มาฝากคุณกันไว้ที่นี่เพราะเราเชื่อว่าจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านที่ต้องการทราบถึงรายละเอียดต่างๆ ของเทศกาลดอกไม้ไฟ รวมทั้งแหล่งชมดอกไม้ไฟที่สวยงามในประเทศญี่ปุ่นกันมากยิ่งขึ้น หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีความเป็นมาอย่างไร และแต่ละสถานที่ที่เรานำมาฝากนั้นจะน่าสนใจขนาดไหน ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ สำหรับตำนานและจุดเริ่มต้นของดอกไม้ไฟในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหลากหลายเรื่องราวที่ถูกเล่าขานต่อๆกันมา แต่ครั้งนี้เราจะขออนุญาตย้อนไปในช่วงราวๆศตวรรษที่ 16 ซึ่งได้มีท่านโชกุนคนแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า โทกุกาวะ อิเอยาสุ ซึ่งในขณะนั้นท่านได้รับของกำนัลจากพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งประเทศอังกฤษ ซึ่งของกำนันนั้นก็คือดอกไม้ไฟ และหลังจากนั้นก็ได้รับของกำนัลจากกลุ่มพ่อค้าชาวจีน จนกลายเป็นความนิยมของกลุ่มขุนนางและผู้ที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ต่างๆแห่งเมืองเอโดะ  ต่อมาในช่วงปีค. ศ. 1733 ได้มีการจัดเทศกาลเพื่อบูชาเทพแห่งสายน้ำที่มีชื่อว่า Suijinsai ขึ้น ซึ่งได้มีการจัดเทศกาลดอกไม้ไฟนี้เกิดขึ้นที่แม่น้ำสุมิดะ สำหรับการจัดงานนี้เพื่อเป็นการอุทิศและปัดเป่าภัยร้ายต่างๆและเป็นการอุทิศให้กับเหล่าวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับเทศกาลนี้มักจะถูกจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของทุกๆปี  และยังคงจัดกันมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงในยุคปัจจุบัน  ซึ่งลักษณะของดอกไม้ไฟในแบบต่างๆ ก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทรงกลม ทรงหัวใจ ซึ่งดูแล้วจะถูกบรรจุอยู่ในเปลือกทรงกลม ซึ่งแตกต่างจากเปลือกดอกไม้ไฟของประเทศอื่นๆ จากนั้นเมื่อต้องการจุดก็สามารถจุดไฟตรงปลายกระบอกได้เลย จากนั้นไฟก็จะพุ่งขึ้นไปบนฟ้าแล้วก็จะกระจายออกอย่างงดงามให้เราได้ชม   สำหรับการแต่งกายเพื่อไปชมดอกไม้ไฟนั้นในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงนิยมสวมใส่ชุดยูกาตะเพื่อไปชมดอกไม้ไฟ (ตัวอย่างของชุดยูกาตะคุณสามารถรับชมจากภาพด้านบนที่เรานำมาฝากกันนี้ได้เลย) และถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับท่านที่ไม่สะดวกก็สามารถสวมชุดธรรมดาที่มีเนื้อผ้านุ่มเบาบางสวมใส่สบายไปชมก็ได้ เนื่องจากเทศกาลดอกไม้ไฟนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะจัดในฤดูร้อนและในช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นนั้น ค่อนข้างร้อนมากในบางปีอาจร้อนมากกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ จึงแนะนำว่าคุณอาจจะสวมกางเกงขาสั้นและแต่งตัวสบายๆไปชมจะดีกว่า เพียงแต่แต่งกายให้สุภาพและให้เกียรติสถานที่ก็น่าจะเพียงพอ   1. งานเทศกาลดอกไม้ไฟฟุคุโรอิ […]

5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามแห่งเมืองฮอกไกโด ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคย และในครั้งนี้เราก็ยังคงอยู่กันในฝั่งฮอกไกโดเช่นกัน แต่ในครั้งนี้เราจะพาคุณมาชิลล์ไปกับ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามแห่งเมืองฮอกไกโด ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! กันบ้าง เพราะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้นทัศนียภาพของสถานที่ต่างๆนั้น ย่อมมีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งคุณจะพบกับความรู้สึกและบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกและจะทำให้คุณรู้สึกฟินแบบแบบเวอร์ๆกันเลยล่ะ และในครั้งนี้พวกเราทีมงานได้รวบรวมแต่ละสถานที่ สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองฮอกไกโดมาฝากคุณกันไว้ตรงนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยากทราบกันแล้วว่าในแต่ละจุดนั้นจะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงไหนนั้น ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.โซอุนเคียว (คามิคาวะ)  เราจะพาคุณมาเริ่มต้นกับสถานที่แห่งแรกที่มีชื่อว่า โซอุนเคียว (คามิคาวะ) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหุบเขาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้าของอุทยานแห่งชาติที่ชื่อว่า ไดเซ็ตสึซัน  หากคุณต้องการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ขอแนะนำให้คุณเลือกที่พักในย่านเมืองออนเซ็น เพราะคุณจะได้ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถเข้าไปท่องเที่ยวยังน้ำตกโมมิจิดากิได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นเส้นทางที่อยู่ใกล้ๆกัน สำหรับการเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้คุณสามารถเดินทางจากสนามบินอาซาฮิคาวะโดยการนั่งรถยนต์ส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีในการมาถึง และควรมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคมไปจนถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้กำลังเฮียตี๋ได้อย่างงดงาม ไปหาคุณต้องการเดินทางมาโดยรถไฟคุณก็สามารถมาลงยังสถานี Kamikawa แล้วนั่งรถบัสต่อมาลงยังป้ายSounkyo Onsen ได้เลยเมื่อถึงแล้วก็ใช้เวลาที่ไม่เกิน 5 นาทีในการเดินมายังสถานที่แห่งนี้ แต่ทางที่ดีที่สุดคุณควรตรวจสอบที่พักให้ดีไปก่อนก่อนที่จะทำการเดินทางมาถึง  2.โจซังเค (ซัปโปโร)  หากมาถึงเมือง Hokkaido แล้วไม่ถามถึงสถานที่แห่งนี้ เห็นทีก็คงจะไม่ได้ซึ่งนั่นก็คือ โจซังเค (ซัปโปโร) สำหรับสถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของเหล่าบรรดาไปเที่ยวและชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ต้นไม้ใบไม้นานาชนิดของที่นี่ก็จะทำการเปลี่ยนสี ซึ่งนอกจากคุณจะได้ถ่ายภาพสวยๆเพื่อบันทึกความทรงจำเหล่านี้เอาไว้แล้ว  คุณยังสามารถแช่บ่อน้ำร้อนท่ามกลางหุบเขา […]