<strong>ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ พร้อมสถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ของประเทศญี่ปุ่น! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคยและเมื่อฤดูกาลแห่งการชมดอกไม้ไฟมาถึง เราเชื่อว่าใครหลายคนจะต้องกำลังมองหาสถานที่ในการชมดอกไม้ไฟกันอยู่อย่างแน่นอน และจะดีแค่ไหนหากการได้จูงมือใครสักคนไปชมด้วยกัน  ในครั้งนี้เราจึงได้รวบรวมเรื่องราวของ ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ พร้อมสถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ของประเทศญี่ปุ่น ! มาฝากคุณกันไว้ที่นี่เพราะเราเชื่อว่าจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านที่ต้องการทราบถึงรายละเอียดต่างๆ ของเทศกาลดอกไม้ไฟ รวมทั้งแหล่งชมดอกไม้ไฟที่สวยงามในประเทศญี่ปุ่นกันมากยิ่งขึ้น หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีความเป็นมาอย่างไร และแต่ละสถานที่ที่เรานำมาฝากนั้นจะน่าสนใจขนาดไหน ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ สำหรับตำนานและจุดเริ่มต้นของดอกไม้ไฟในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหลากหลายเรื่องราวที่ถูกเล่าขานต่อๆกันมา แต่ครั้งนี้เราจะขออนุญาตย้อนไปในช่วงราวๆศตวรรษที่ 16 ซึ่งได้มีท่านโชกุนคนแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า โทกุกาวะ อิเอยาสุ ซึ่งในขณะนั้นท่านได้รับของกำนัลจากพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งประเทศอังกฤษ ซึ่งของกำนันนั้นก็คือดอกไม้ไฟ และหลังจากนั้นก็ได้รับของกำนัลจากกลุ่มพ่อค้าชาวจีน จนกลายเป็นความนิยมของกลุ่มขุนนางและผู้ที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ต่างๆแห่งเมืองเอโดะ  ต่อมาในช่วงปีค. ศ. 1733 ได้มีการจัดเทศกาลเพื่อบูชาเทพแห่งสายน้ำที่มีชื่อว่า Suijinsai ขึ้น ซึ่งได้มีการจัดเทศกาลดอกไม้ไฟนี้เกิดขึ้นที่แม่น้ำสุมิดะ สำหรับการจัดงานนี้เพื่อเป็นการอุทิศและปัดเป่าภัยร้ายต่างๆและเป็นการอุทิศให้กับเหล่าวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับเทศกาลนี้มักจะถูกจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของทุกๆปี  และยังคงจัดกันมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงในยุคปัจจุบัน  ซึ่งลักษณะของดอกไม้ไฟในแบบต่างๆ ก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทรงกลม ทรงหัวใจ ซึ่งดูแล้วจะถูกบรรจุอยู่ในเปลือกทรงกลม ซึ่งแตกต่างจากเปลือกดอกไม้ไฟของประเทศอื่นๆ จากนั้นเมื่อต้องการจุดก็สามารถจุดไฟตรงปลายกระบอกได้เลย จากนั้นไฟก็จะพุ่งขึ้นไปบนฟ้าแล้วก็จะกระจายออกอย่างงดงามให้เราได้ชม   สำหรับการแต่งกายเพื่อไปชมดอกไม้ไฟนั้นในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงนิยมสวมใส่ชุดยูกาตะเพื่อไปชมดอกไม้ไฟ (ตัวอย่างของชุดยูกาตะคุณสามารถรับชมจากภาพด้านบนที่เรานำมาฝากกันนี้ได้เลย) และถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับท่านที่ไม่สะดวกก็สามารถสวมชุดธรรมดาที่มีเนื้อผ้านุ่มเบาบางสวมใส่สบายไปชมก็ได้ เนื่องจากเทศกาลดอกไม้ไฟนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะจัดในฤดูร้อนและในช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นนั้น ค่อนข้างร้อนมากในบางปีอาจร้อนมากกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ จึงแนะนำว่าคุณอาจจะสวมกางเกงขาสั้นและแต่งตัวสบายๆไปชมจะดีกว่า เพียงแต่แต่งกายให้สุภาพและให้เกียรติสถานที่ก็น่าจะเพียงพอ   1. งานเทศกาลดอกไม้ไฟฟุคุโรอิ […]

<strong>5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามแห่งเมืองฮอกไกโด ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคย และในครั้งนี้เราก็ยังคงอยู่กันในฝั่งฮอกไกโดเช่นกัน แต่ในครั้งนี้เราจะพาคุณมาชิลล์ไปกับ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามแห่งเมืองฮอกไกโด ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! กันบ้าง เพราะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้นทัศนียภาพของสถานที่ต่างๆนั้น ย่อมมีสีสันที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งคุณจะพบกับความรู้สึกและบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกและจะทำให้คุณรู้สึกฟินแบบแบบเวอร์ๆกันเลยล่ะ และในครั้งนี้พวกเราทีมงานได้รวบรวมแต่ละสถานที่ สำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองฮอกไกโดมาฝากคุณกันไว้ตรงนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยากทราบกันแล้วว่าในแต่ละจุดนั้นจะมีความน่าสนใจมากน้อยเพียงไหนนั้น ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.โซอุนเคียว (คามิคาวะ)  เราจะพาคุณมาเริ่มต้นกับสถานที่แห่งแรกที่มีชื่อว่า โซอุนเคียว (คามิคาวะ) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหุบเขาที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้าของอุทยานแห่งชาติที่ชื่อว่า ไดเซ็ตสึซัน  หากคุณต้องการมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ขอแนะนำให้คุณเลือกที่พักในย่านเมืองออนเซ็น เพราะคุณจะได้ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถเข้าไปท่องเที่ยวยังน้ำตกโมมิจิดากิได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นเส้นทางที่อยู่ใกล้ๆกัน สำหรับการเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้คุณสามารถเดินทางจากสนามบินอาซาฮิคาวะโดยการนั่งรถยนต์ส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีในการมาถึง และควรมาในช่วงปลายเดือนสิงหาคมไปจนถึงช่วงต้นเดือนตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้กำลังเฮียตี๋ได้อย่างงดงาม ไปหาคุณต้องการเดินทางมาโดยรถไฟคุณก็สามารถมาลงยังสถานี Kamikawa แล้วนั่งรถบัสต่อมาลงยังป้ายSounkyo Onsen ได้เลยเมื่อถึงแล้วก็ใช้เวลาที่ไม่เกิน 5 นาทีในการเดินมายังสถานที่แห่งนี้ แต่ทางที่ดีที่สุดคุณควรตรวจสอบที่พักให้ดีไปก่อนก่อนที่จะทำการเดินทางมาถึง  2.โจซังเค (ซัปโปโร)  หากมาถึงเมือง Hokkaido แล้วไม่ถามถึงสถานที่แห่งนี้ เห็นทีก็คงจะไม่ได้ซึ่งนั่นก็คือ โจซังเค (ซัปโปโร) สำหรับสถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของเหล่าบรรดาไปเที่ยวและชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ฤดูใบไม้ร่วงมาถึง ต้นไม้ใบไม้นานาชนิดของที่นี่ก็จะทำการเปลี่ยนสี ซึ่งนอกจากคุณจะได้ถ่ายภาพสวยๆเพื่อบันทึกความทรงจำเหล่านี้เอาไว้แล้ว  คุณยังสามารถแช่บ่อน้ำร้อนท่ามกลางหุบเขา […]

<strong>รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกของ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือน ! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นกันเช่นเคยสำหรับสัปดาห์นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้พาคุณไปรู้จักกับจุดชมดอกไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคต่างๆกันมาพอสมควร ในครั้งนี้เราจะพาคุณไป รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกของ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือน ! กันบ้าง เพราะเราเชื่อว่าในเมืองโตเกียวยังคงมีอะไรดีๆให้น่าค้นหากันอีกมากมาย ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับแต่ละสถานที่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้และพืชพรรณนานาชนิดกำลังต่างเปลี่ยนสี รวมทั้งมีอากาศที่กำลังดีซึ่งเหมาะแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง หากคุณได้มีโอกาสไปเยือนเมืองโตเกียว ต้องไม่ควรพลาดกับพิกัดต่างๆที่เรากำลังจะพาคุณไปรู้จักกันในครั้งนี้ หากอยากทราบกันแล้วว่ามีที่ใดน่าสนใจบ้าง ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.สวนโคอิชิกาว่า โคระคุเอน(Koishikawa Korakuen) เราจะพาคุณมาเริ่มต้นกันที่ สวนโคอิชิกาว่า โคระคุเอน(Koishikawa Korakuen) สำหรับสวนแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยต้นเมเปิ้ล และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น ใบเมเปิ้ลก็จะทำการเปลี่ยนสีและร่วงหล่นไปตามพื้นอย่างสวยงามราวกับฉากในภาพวาด ส่วนใหญ่แล้วมักจะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนในทุกๆปี ซึ่งภายในสวนแห่งนี้มีสระน้ำขนาดกลางมากถึง 3 แห่ง นอกจากชมวิวของใบไม้เปลี่ยนสีกันแล้วคุณยังสามารถไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจได้อีกด้วย  ศูนย์แห่งนี้เป็นสวนในสไตล์ญี่ปุ่นและมีความดั้งเดิมในแบบญี่ปุ่นสูงได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงยุคสมัยเอโดะตอนต้นหรือประมาณปี  ค.ศ. 1600-1867 จึงทำให้คุณรู้สึกสัมผัสถึงบรรยากาศอันแสนคลาสสิคของที่นี่ได้แบบเต็มๆ  และหากคุณไปยืนที่บริเวณกลางสะพานข้ามบ่อน้ำคุณก็จะได้ภาพสวยๆที่เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกให้นึกถึงว่าครั้งหนึ่งเคยได้มาที่นี่ สวนแห่งนี้ไม่ได้เปิดเพียงเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้นแต่ยังเปิดตลอดทุกฤดูกาลยกเว้นในช่วงปีใหม่จะทำการหยุด ดังนั้นคุณสามารถเข้ามาชมได้ในทุกๆฤดูได้มาเยือนที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่เหมาะสำหรับการชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอย่างยิ่งในเมืองโตเกียว  2.สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park)  จะพาคุณมาต่อกันที่ สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park) สวนแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับจักรพรรดิโชวะเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี เรียกได้ว่าเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่มากถึง 16300 […]

<strong>ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกไปกับ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของฝั่งโทโฮคุ ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นและยังคงอยู่กันในภูมิภาคโทโฮคุ เมื่อฤดูกาลแห่งความโรแมนติกมาถึงใครหลายคนก็มักจะมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เพื่อจูงมีคนรักไปชมดอกไม้เปลี่ยนสี ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไป ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกไปกับ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของฝั่งโทโฮคุ ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการรวบรวมสถานที่เจ๋งๆทีมีความสวยงาม เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการจูงมือกันไปพักผ่อนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงามทำให้คุณต้องตะลึงต่อสายตาและตาตึงต่อจิตใจเมื่อได้พบเห็นกันอย่างแน่นอน หากอยากทราบกันแล้วว่าแต่ละสถานที่จะมีที่ใดน่าสนใจและน่าไปกันบ้างอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมกันได้เลยดังนี้  1.ถนนโจเซนจิโดริ (Jozenji-dori Ave)  จังหวัดมิยางิ (Miyagi) สำหรับสถานที่แรกที่มีชื่อว่า  ถนนโจเซนจิโดริ (Jozenji-dori Ave) จังหวัดมิยางิ (Miyagi) ซึ่งรายล้อมไปด้วยต้นไม้และใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความงดงาม จากภาพด้านบนคุณจะเห็นถึงความถึงความเหลืองอร่ามของสีใบไม้ ทั้งสองข้างทางของถนนเส้นนี้จะรายล้อมไปด้วยต้นไม้พี่ภาพยาวไกลถึง 700 เมตร จึงทำให้ถูกขนานนามกันว่าเป็นเมืองแห่งต้นไม้ ซึ่งในช่วงฤดูร้อนก็จะมองเห็นถึงความเขียวขจี และในช่วงฤดูเขาก็จะมองเห็นถึงสีขาวโพลนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่สวยงามไปอีกแบบ ส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักมาชมต้นไม้ใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคุณสามารถมาเที่ยวชมในสถานที่แห่งนี้ได้โดยไม่มีการเก็บค่าเข้าชมใดๆทั้งสิ้น สามารถเดินเล่นและถ่ายภาพแบบชิลล์ๆ กับเพื่อนๆได้เลย สำหรับการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากเพียงคุณนั่งรถบัสมาลงยังป้าย Jozenji-dori Ave ก็สามารถถึงถนนเส้นนี้ได้แบบไม่ต้องกลัวหลง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศสุดโรแมนติกแบบสุดๆในช่วงฤดูใบไม้ร่วงกันเลยทีเดียว  2.หมู่บ้านน้ำพุร้อน นิวโตะอนเซ็น (Nyuto Onsen Hot Springs Village) จังหวัดอาคิตะ (Akita) จะพาคุณมายังเมืองอาคิตะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันบ้างกับสถานที่ที่มีชื่อ หมู่บ้านน้ำพุร้อน นิวโตะอนเซ็น (Nyuto […]

5 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเฮียวโงะ ที่ไม่ควรพลาดในปี 2022! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ใครหลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่อของจังหวัดเฮียวโงะกันมากนัก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดเก่าแก่ที่อยู่ในภูมิภาคคันไซนั่นเอง มีที่สถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่น่าสนใจและอาจจะทำให้คุณหลงเสน่ห์กันได้แบบง่ายๆและไม่ยากเย็นอีกด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเฮียวโงะ ที่ไม่ควรพลาดในปี 2022 ! เพราะเราเชื่อว่าจังหวัดแห่งนี้มีมนต์ขลังและมีเสน่ห์จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ซึ่งในครั้งนี้แต่ละสถานที่ที่เราได้รวบรวมมาฝากคุณกันนั้น ล้วนแล้วแต่มีความน่าไปเยี่ยมชมอยู่ไม่น้อย และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่า 1.คิโนซากิ ออนเซ็นดังแห่งคันไซ (Kinosaki Onsen) เราจะพาคุณมาเริ่มต้นกันกับสถานที่แห่งแรกที่มีชื่อว่า คิโนซากิ ออนเซ็นดังแห่งคันไซ (Kinosaki Onsen) ซึ่งเรียกได้ว่าบรรยากาศรอบข้างมีความงดงามที่เงียบสงบอย่างยิ่งและได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูหนาวเพราะนอกจากคุณจะได้สัมผัสกับความสวยงามแล้ว คุณยังสามารถแช่น้ำร้อนท่ามกลางอุณหภูมิของความเหน็บหนาวได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนหลังจากที่เดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อยแล้วทั้งวัน สำหรับการไปสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ยากเพียงคุณนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Kinosaki Onsen จากนั้นก็ใช้เวลาเพียงประมาณไม่เกิน 15 นาทีในการเดินไปถึงแบบไม่ยุ่งยากมากนัก  2.ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) และอีกหนึ่งสถานที่ที่เราอยากจะพาคุณไปรู้จักก็ ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) สำหรับสถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่ามีความสำคัญต่อจังหวัดเฮียวโงะเป็นอย่างมากในปัจจุบันได้มีการลงทะเบียนให้เป็นมรดกโลกยูเนสโกและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย เป็นปราสาทที่มีความงดงามและมีสถาปัตยกรรมที่มีความเก่าแก่และอ่อนช้อยผู้คนให้สมญานามกับปราสาทแห่งนี้ว่า  “ปราสาทนกกระยางขาว”  สำหรับตัวอาคารนั้นมีความเก่าแก่และดั้งเดิมที่สุดเพราะไม่ได้มีการสร้างใหม่  เพราะรอดพ้นจากภัยธรรมชาติ และการโจมตีของข้าศึกต่างๆจึงเรียกได้ว่าแท้ทั้งอาคารกันเลยทีเดียว จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติต่างอยากเข้าชมสถาปัตยกรรมของปราสาทแห่งนี้ ซึ่งในปัจจุบันสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนไปจนถึงสิงหาคมและก็ปิดทำการในช่วงวันปีใหม่ของทุกปี และสำหรับช่วงที่มีเหตุการณ์การเเพร่กระจายเชื้อ covid19 นี้ ก็อาจจะยังคงปิดไม่ให้เข้าเยี่ยมชม ซึ่งคุณสามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์ของประสาทโดยตรงได้เลย  3.สะพานอากาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge) […]

ต้องมนต์เสน่ห์แห่งเมืองศิลปะไปกับ 7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดทตโตริ ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของแต่ละจังหวัด แต่ละภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่นกันไปแล้วในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับจังหวัดทตโทริกันบ้าง กลับหัวข้อ ต้องมนต์เสน่ห์แห่งเมืองศิลปะไปกับ 7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดทตโตริ !  ซึ่งแต่ละสถานที่ที่เราได้นำมาฝากกันในครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญและได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นสูง ถ้าอยากทราบกันแล้วว่าจะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างต้องอย่ารอช้าเรามาชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1. Gosho Aoyama Manga Factory ตามรอยโคนัน  สำหรับสถานที่แรกที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันก็คือ Gosho Aoyama Manga Factory ตามรอยโคนัน  ซึ่งหากใครที่เป็นแฟนคลับโคนันกันอยู่แล้วล่ะก็ต้องขอบอกเลยว่าคุณไม่ควรพลาด เพราะที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมความเป็นมาของการ์ตูนโคนัน ซึ่งมีตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของนักเขียนที่เขียนการ์ตูนเรื่องโคนันซึ่งก็คือ  อาจารย์อาโอยาม่า รวมทั้งมีห้องจำลองที่จำลองห้องทำงานของผู้เขียนอีกทั้งยังเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการ์ตูนโคนันอีกด้วย ว่าก่อนจะมาเป็นโคนันนั้นต้องผ่านเรื่องราวอย่างไรมาบ้างหากคุณอยากทราบก็สามารถไปสัมผัสได้ที่นี่ อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่คุณสามารถร่วมสนุกได้อีกมากมายสำหรับการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากสามารถนั่งรถไฟหรือรถบัสมาก็ได้ มีค่าเข้าชมประมาณ 700 เยนสำหรับผู้ใหญ่และสำหรับเด็กที่อยู่ในชั้นมัธยมจะอยู่ที่ประมาณ 500 เยนและเด็กๆจะอยู่ที่ประมาณ 300 เยน จะเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 9:30 น จนถึง 17:30 น. แต่สามารถเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ได้ถึงเวลาไม่เกิน 17:00 น  2.Mizuki Shigeru Road ตามรอยภูตน้อย คิตาโร่  เราจะไปต่อกันกับอีกหนึ่งสถานที่ที่ Mizuki Shigeru Road ตามรอยภูตน้อย […]

โรงแรมหรูบริการเยี่ยม ที่น่าพักแห่งภูมิภาคคันไซ ในประเทศญี่ปุ่น ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ภูมิภาคคันไซทางตะวันตกของญี่ปุ่นเป็นดินแดนที่สำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศ ประกอบด้วย 6 จังหวัด ได้แก่ โอซาก้า เกียวโต เฮียวโกะ ชิงะ นารา และวาคายามะ ด้วยสมบัติของชาติและความเป็นแหล่งรวมมรดกโลกอย่างมากมายจึงทำให้ใครๆก็อยากได้ลองสัมผัส ครั้งนี้เราจะมาพูดถึง โรงแรมหรูบริการเยี่ยม ที่น่าพักแห่งภูมิภาคคันไซ ในประเทศญี่ปุ่น !  ที่ได้รวมสถานที่พักสุดหรูของฝั่งคันไซมารวมไว้ให้คุณได้รู้จักกันที่นี่ เพราะเราเชื่อว่าอาจเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาที่พักดีๆเอาไว้พักผ่อน และชิลล์ไปกับธรรมชาติกันอย่างแน่นอน เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเรามาพบกับโรงแรมดีๆบริการเยี่ยมๆกันเลยดีกว่าๆ  1. InterContinental Osaka โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล โอซาก้า ระดับ 5 ดาวเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่พัฒนาใหม่เอี่ยมของแกรนด์ ฟรอนท์ โอซาก้า โดยใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีจากสถานีโอซาก้าและอุเมดะ มีห้องพักจำนวน 272 ห้องมีขนาดมากกว่า 50 ตร.ม. ทำให้แขกรู้สึกมีอิสระและใช้พื้นที่ได้อย่างแท้จริง สำหรับการเข้าพักระยะยาว เราขอแนะนำที่พักชั้นบน เพราะมีห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และเครื่องซักผ้าไว้รออำนวยความสะดวกให้กับคุณ สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เหมาะสำหรับผู้เข้าพักแบบกลุ่มใหญ่ที่ใช้เวลาในโอซาก้าเป็นเวลานานและต้องการอยู่เหมือนบ้าน  อินเตอร์คอนติเนนตัล โอซาก้า ต่างจากโรงแรมระดับไฮเอนด์ส่วนใหญ่ตรงที่มีอ่างอาบน้ำสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งชวนให้นึกถึงรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อน! ทางโรงแรมยังมีสระว่ายน้ำที่กว้างขวาง ยิม และร้านเสริมสวยพร้อมทรีตเมนต์ไว้คอยมอบความผ่อนคลาย […]

รวม 7 ขนมแสนอร่อยขึ้นชื่อจากเมืองฮอกไกโด ที่ใครๆก็ต้องซื้อกลับไปเป็นของฝาก !  

เที่ยวญี่ปุ่น

ได้พาคุณไปรู้จักกับหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวในเมือง Hokkaido กันไปแล้วก่อนหน้านี้ ในครั้งนี้เราจะมาพูดถึง รวม 7 ขนมแสนอร่อยขึ้นชื่อจากเมืองฮอกไกโด ที่ใครๆก็ต้องซื้อกลับไปเป็นของฝาก ! กันบ้าง เพราะเราเชื่อว่านอกจากบรรยากาศสวยๆของเมืองฮอกไกโดที่จะทำให้เราหลงเสน่ห์กันได้แบบง่ายๆแล้ว ยังมีเมนูเด็ดกับขนมหวานแสนอร่อยที่จะทำให้เราสามารถตกหลุมรักกันได้แบบง่ายๆเพิ่มขึ้นอีกด้วย และสิ่งที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันในครั้งนี้คุณสามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากให้กับคนพิเศษได้ด้วยเช่นกัน หากอยากทราบแล้วว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้างเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.Potatochip Chocolate ORIGINAL (Royce’) จะพาคุณมารู้จักกับขนมอย่างแรกที่มีชื่อว่า Potatochip Chocolate ORIGINAL (Royce’) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นขนมยอดฮิต ที่ใครหลายคนก็มักจะซื้อกลับไปเป็นของฝากทุกครั้งเมื่อได้รับประทาน เป็นมันฝรั่งที่ได้มีการนำมาทอดกรอบตามด้วยการนำไปเคลือบช็อกโกแลตจาก Royce’ จะทำให้คุณสามารถสัมผัสได้ถึงรสชาติช็อกโกแลตแท้ๆ ผสมผสานกับความกลมกล่อมของมันฝรั่ง ที่ทำให้คุณเอร็ดอร่อยและเคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้ อีกทั้งยังมีหลากหลายรสชาติให้คุณเลือกรับประทานไม่ว่าจะเป็นรสชีส, รสคาราเมล,รสโกโก้สูตรเข้มข้น รวมถึงรสWhite Chocolate ในราคาเพียงไม่เกิน 800 เยนเท่านั้น หาซื้อได้ตามร้านขายของฝากทั่วไปทั้งในเมืองซัปโปโรและในตัวเมืองฮอกไกโด  2.Nama Chocolate (Royce’) อีกหนึ่งขนมขึ้นชื่อที่ได้รับความนิยมสูงในการนำไปเป็นของฝากเขาคือ  Nama Chocolate (Royce’) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นช็อกโกแลตแท้สูตรเข้มข้นที่พอรับประทานแล้วก็จะละลายในปาก หากใครได้ลองชิมก็จะต้องติดใจกันแทบทุกคน อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมแบบเหล้าฝรั่งอีกด้วย ซึ่งมีกรรมวิธีในการผลิตที่ค่อนข้างปราณีตามด้วยการโรยผงโกโก้ช่วยเพิ่มรสชาติของความอร่อย ราคาจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 800 เยนซึ่งคุณสามารถหาซื้อได้ในร้านขายของฝากของเมืองฮอกไกโดหรือเมืองซัปโปโรทั่วไป สำหรับการเก็บขนมชนิดนี้ควรเก็บให้อยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียสเพราะไม่งั้นอาจจะละลายได้  […]

7 อาหารท้องถิ่นรสชาติเลิศ ของดีขึ้นชื่อแห่งเมืองฮอกไกโด ที่หากได้มาเยือนแล้วต้องไม่ควรพลาดชิม !  

เที่่ยวญี่ปุ่น

จากที่ได้เพลิดเพลินกันไปกับสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองต่างๆในฮอกไกโดกันไปมากมายแล้ว ในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 7  อาหารท้องถิ่นรสชาติเลิศ ของดีขึ้นชื่อแห่งเมืองฮอกไกโด ที่หากได้มาเยือนแล้วต้องไม่ควรพลาดชิม !  กันดูบ้างเพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้องเสมอ ซึ่งเมนูเด็ดของฝั่งฮอกไกโดเราเชื่อว่าต้องอร่อยถูกปากไม่แพ้ที่อื่นๆเช่นกัน หากอยากทราบกันนะว่าแต่ละเมนูที่เราได้นำมาฝากกันในครั้งนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ต้องอย่ารอช้าค่ะเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.อิกะเมชิ (いかめし) จะพาคนมาเริ่มต้นกันกับเมนูแรกที่มีชื่อว่า อิกะเมชิ (いかめし)  ซึ่งเป็นเมนูที่ใช้ปลาหมึกในการนำมาทำเป็นส่วนประกอบหลัก โดยการนำปลาหมึกตัวใหญ่ๆไปคว้านเอาไส้ภายในออกและทำความสะอาดยังหมดจด จากนั้นก็จะนำข้าวเหนียวยัดเข้าไปในตัวปลาหมึกดั่งในรูปตัวอย่างด้านบน จากนั้นก็จะนำปลาหมึกที่ยัดไส้ข้าวเหนียวนำไปชุบกับเครื่องปรุงซึ่งเป็นซอสถั่วเหลืองแบบญี่ปุ่นที่มีรสชาติเผ็ดและหวาน และใช้ไฟอ่อนในการย่างเมื่อสุกแล้วก็จะนำมาผ่าเป็นชิ้นๆ แล้วตักรับประทานทีละชิ้น ซึ่งเมนูนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีวางจำหน่ายอยู่ที่สถานี  Mori และมักจะถูกนำมาทำเป็นข้าวที่เสิร์ฟกันบนรถไฟ และในปัจจุบันค่อนข้างได้รับความนิยมกันไปทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่น หรือเป็นเมนูขึ้นชื่อที่หากได้มาฮอกไกโดก็จะต้องได้ชิม  2.สลัดราเมน (ラーメンサラダ~) และเมนูต่อไปที่จะพาคุณไปรู้จักเรียกได้ว่าเอาใจคนชอบทานผักซึ่งก็คือเมนู สลัดราเมน (ラーメンサラダ~) สำหรับเมนูนี้จะอุดมไปด้วยผักนานาชนิด ซึ่งผักที่นำมาใช้ก็จะเป็นผักประจำท้องถิ่นอย่างเช่นแตงกวาจากฮอกไกโด มะเขือเทศจากฮอกไกโด รวมถึงผักกาดหอมสดๆ นำมาเป็นส่วนประกอบหลัก จากนั้นจะนำเส้นราเมงสุขมาผสมรวมกันแล้วราดด้วยซอสน้ำมันงามีรสชาติหอมอันเป็นเอกลักษณ์  เรียกได้ว่าเป็นเมนูขึ้นชื่อของเมืองฮอกไกโด ซึ่งส่วนใหญ่จะมีขายในร้านเหล้าและจะนำมารับประทานคู่กับสาเกขึ้นชื่อประจำเมือง  หากคุณนึกภาพตามไม่ออกก็สามารถดูภาพตัวอย่างได้จากด้านบนได้เลย  3.จังจังยากิ (ちゃんちゃん焼き) และอีกหนึ่งเมนูขึ้นชื่อที่เราจะพาคุณไปรู้จักก็คือ จังจังยากิ (ちゃんちゃん焼き)  สำหรับเมนูนี้คงจะต้องถูกใจของคนชอบทานปลาแซลมอนเป็นอย่างแน่นอน เนื่องจากได้นำปลาแซลมอนมาเป็นส่วนประกอบหลักจากนั้นนำมาปรุงรสด้วยซอสมิโซะ แล้วทำการอบในกระทะร้อนตามด้วยการปักสดลงไปเป็นเมนูที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณและนิยมกันอย่างยิ่งในช่วงยุคสมัยโชวะ ซึ่งถูกเล่าต่อๆกันมาว่าเมื่อครั้งในอดีตหากชาวประมงจับปลามาได้แบบสดๆ ก็มักจะนำมาย่างบนถังเหล็กแล้วรับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย และเราเชื่อว่าจะต้องอร่อยกันอย่างแน่นอนเพราะในปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นเมนูฮิตที่ใครมาถึงฮอกไกโดก็ต้องถามถึงเป็นอันดับต้นๆ  4.เจงกิสข่าน (ジンギスカン) จะพาคุณมาต่อกับเมนูสุดเก๋ที่มีชื่อว่า […]

รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม  6 แห่ง ในเมืองฮอกไกโด ที่ควรได้ไปเยือนสักครั้งถ้ามีโอกาส  ! 

รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม  6 แห่ง ในเมืองฮอกไกโด ที่ควรได้ไปเยือนสักครั้งถ้ามีโอกาส  ! 

โด่งดังกันไปทั่วโลกสำหรับชื่อของเกาะฮอกไกโด ที่หากใครได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่นก็จะต้องอยากไปกันอย่างแน่นอน และในครั้งนี้เราได้ รวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม  6  แห่ง ในเมืองฮอกไกโด ที่ควรได้ไปเยือนสักครั้งถ้ามีโอกาส  !  ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับแต่ละสถานที่ที่อยู่ในเมืองฮอกไกโด ที่ต้องบอกเลยว่าเด็ดทุกที่จริงๆ หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีที่ใดน่าสนใจกันบ้างนั้น เราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ 1. ทุ่งดอกไม้ ฟูราโน่ (Furano Flower Field), เมือง Furano จะพาคุณมารู้จักกับสถานที่แห่งแรกที่มีชื่อว่า ทุ่งดอกไม้ ฟูราโน่ (Furano Flower Field), เมือง Furano ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทั่วโลกกันเลยทีเดียว สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองฟูราโน่ และทุ่งดอกลาเวนเดอร์เหล่านี้ก็ตั้งอยู่ทั่วเมืองด้วยเช่นกัน สำหรับภูมิภาคฮอกไกโดนี้นิยมปลูกดอกลาเวนเดอร์นี้มายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ จึงค่อนข้างได้ดอกลาเวนเดอร์ที่คุณภาพดีและสวยงามดังในภาพที่เห็น ในช่วงฤดูร้อนหรือประมาณเดือนกรกฎาไปจนถึงเดือนสิงหาคมนั้นดอกลาเวนเดอร์จะบานสะพรั่งทำให้ผู้คนมักจะมาถ่ายรูปและท่องเที่ยวกันยังสถานที่แห่งนี้มากมาย และไม่ได้มีเพียงดอกราวินเด้อเท่านั้น แต่ยังมีทั้งดอกทานตะวัน ดอกลูปินดอกป๊อบปี้ และดอกซันเวียให้คุณสามารถชมพร้อมเก็บภาพสวยสวยกลับบ้านได้อีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่หากใครได้มาฮอกไกโดในช่วงหน้าร้อนก็จะต้องไม่อยากพลาดกันแน่นอน 2. สวนสัตว์อะซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo), เมือง Asahiyama เราจะพาคุณไปต่อกันที่ สวนสัตว์อะซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo), เมือง Asahiyama ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นต้นในเกาะฮอกไกโดที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมค่อนข้างมาก สวนสัตว์แห่งนี้มีสัตว์มากมายรวมทั้งมีนกเพ็ญกูวินว่ายน้ำที่คุณสามารถมองเห็นพวกเขาได้ในระยะใกล้ๆ อีกทั้งยังมีน้องหมีขั้วโลก […]