<strong>ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ พร้อมสถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ของประเทศญี่ปุ่น! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นเช่นเคยและเมื่อฤดูกาลแห่งการชมดอกไม้ไฟมาถึง เราเชื่อว่าใครหลายคนจะต้องกำลังมองหาสถานที่ในการชมดอกไม้ไฟกันอยู่อย่างแน่นอน และจะดีแค่ไหนหากการได้จูงมือใครสักคนไปชมด้วยกัน  ในครั้งนี้เราจึงได้รวบรวมเรื่องราวของ ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ พร้อมสถานที่จัดงานสุดอลังการณ์ของประเทศญี่ปุ่น ! มาฝากคุณกันไว้ที่นี่เพราะเราเชื่อว่าจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านที่ต้องการทราบถึงรายละเอียดต่างๆ ของเทศกาลดอกไม้ไฟ รวมทั้งแหล่งชมดอกไม้ไฟที่สวยงามในประเทศญี่ปุ่นกันมากยิ่งขึ้น หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีความเป็นมาอย่างไร และแต่ละสถานที่ที่เรานำมาฝากนั้นจะน่าสนใจขนาดไหน ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  ความเป็นมาของเทศกาลดอกไม้ไฟ สำหรับตำนานและจุดเริ่มต้นของดอกไม้ไฟในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหลากหลายเรื่องราวที่ถูกเล่าขานต่อๆกันมา แต่ครั้งนี้เราจะขออนุญาตย้อนไปในช่วงราวๆศตวรรษที่ 16 ซึ่งได้มีท่านโชกุนคนแรกของประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่า โทกุกาวะ อิเอยาสุ ซึ่งในขณะนั้นท่านได้รับของกำนัลจากพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งประเทศอังกฤษ ซึ่งของกำนันนั้นก็คือดอกไม้ไฟ และหลังจากนั้นก็ได้รับของกำนัลจากกลุ่มพ่อค้าชาวจีน จนกลายเป็นความนิยมของกลุ่มขุนนางและผู้ที่มียศฐาบรรดาศักดิ์ต่างๆแห่งเมืองเอโดะ  ต่อมาในช่วงปีค. ศ. 1733 ได้มีการจัดเทศกาลเพื่อบูชาเทพแห่งสายน้ำที่มีชื่อว่า Suijinsai ขึ้น ซึ่งได้มีการจัดเทศกาลดอกไม้ไฟนี้เกิดขึ้นที่แม่น้ำสุมิดะ สำหรับการจัดงานนี้เพื่อเป็นการอุทิศและปัดเป่าภัยร้ายต่างๆและเป็นการอุทิศให้กับเหล่าวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว สำหรับเทศกาลนี้มักจะถูกจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของทุกๆปี  และยังคงจัดกันมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงในยุคปัจจุบัน  ซึ่งลักษณะของดอกไม้ไฟในแบบต่างๆ ก็มีอยู่หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทรงกลม ทรงหัวใจ ซึ่งดูแล้วจะถูกบรรจุอยู่ในเปลือกทรงกลม ซึ่งแตกต่างจากเปลือกดอกไม้ไฟของประเทศอื่นๆ จากนั้นเมื่อต้องการจุดก็สามารถจุดไฟตรงปลายกระบอกได้เลย จากนั้นไฟก็จะพุ่งขึ้นไปบนฟ้าแล้วก็จะกระจายออกอย่างงดงามให้เราได้ชม   สำหรับการแต่งกายเพื่อไปชมดอกไม้ไฟนั้นในปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงนิยมสวมใส่ชุดยูกาตะเพื่อไปชมดอกไม้ไฟ (ตัวอย่างของชุดยูกาตะคุณสามารถรับชมจากภาพด้านบนที่เรานำมาฝากกันนี้ได้เลย) และถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แต่สำหรับท่านที่ไม่สะดวกก็สามารถสวมชุดธรรมดาที่มีเนื้อผ้านุ่มเบาบางสวมใส่สบายไปชมก็ได้ เนื่องจากเทศกาลดอกไม้ไฟนั้นส่วนใหญ่แล้วมักจะจัดในฤดูร้อนและในช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นนั้น ค่อนข้างร้อนมากในบางปีอาจร้อนมากกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ จึงแนะนำว่าคุณอาจจะสวมกางเกงขาสั้นและแต่งตัวสบายๆไปชมจะดีกว่า เพียงแต่แต่งกายให้สุภาพและให้เกียรติสถานที่ก็น่าจะเพียงพอ   1. งานเทศกาลดอกไม้ไฟฟุคุโรอิ […]

<strong>รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกของ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือน ! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นกันเช่นเคยสำหรับสัปดาห์นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้พาคุณไปรู้จักกับจุดชมดอกไม้เปลี่ยนสีของภูมิภาคต่างๆกันมาพอสมควร ในครั้งนี้เราจะพาคุณไป รื่นรมย์ไปกับบรรยากาศสุดโรแมนติกของ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาดหากได้ไปเยือน ! กันบ้าง เพราะเราเชื่อว่าในเมืองโตเกียวยังคงมีอะไรดีๆให้น่าค้นหากันอีกมากมาย ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับแต่ละสถานที่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะเป็นช่วงที่ใบไม้และพืชพรรณนานาชนิดกำลังต่างเปลี่ยนสี รวมทั้งมีอากาศที่กำลังดีซึ่งเหมาะแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง หากคุณได้มีโอกาสไปเยือนเมืองโตเกียว ต้องไม่ควรพลาดกับพิกัดต่างๆที่เรากำลังจะพาคุณไปรู้จักกันในครั้งนี้ หากอยากทราบกันแล้วว่ามีที่ใดน่าสนใจบ้าง ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.สวนโคอิชิกาว่า โคระคุเอน(Koishikawa Korakuen) เราจะพาคุณมาเริ่มต้นกันที่ สวนโคอิชิกาว่า โคระคุเอน(Koishikawa Korakuen) สำหรับสวนแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่อุดมไปด้วยต้นเมเปิ้ล และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้น ใบเมเปิ้ลก็จะทำการเปลี่ยนสีและร่วงหล่นไปตามพื้นอย่างสวยงามราวกับฉากในภาพวาด ส่วนใหญ่แล้วมักจะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนในทุกๆปี ซึ่งภายในสวนแห่งนี้มีสระน้ำขนาดกลางมากถึง 3 แห่ง นอกจากชมวิวของใบไม้เปลี่ยนสีกันแล้วคุณยังสามารถไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจได้อีกด้วย  ศูนย์แห่งนี้เป็นสวนในสไตล์ญี่ปุ่นและมีความดั้งเดิมในแบบญี่ปุ่นสูงได้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในช่วงยุคสมัยเอโดะตอนต้นหรือประมาณปี  ค.ศ. 1600-1867 จึงทำให้คุณรู้สึกสัมผัสถึงบรรยากาศอันแสนคลาสสิคของที่นี่ได้แบบเต็มๆ  และหากคุณไปยืนที่บริเวณกลางสะพานข้ามบ่อน้ำคุณก็จะได้ภาพสวยๆที่เก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกให้นึกถึงว่าครั้งหนึ่งเคยได้มาที่นี่ สวนแห่งนี้ไม่ได้เปิดเพียงเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้นแต่ยังเปิดตลอดทุกฤดูกาลยกเว้นในช่วงปีใหม่จะทำการหยุด ดังนั้นคุณสามารถเข้ามาชมได้ในทุกๆฤดูได้มาเยือนที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ที่เหมาะสำหรับการชมฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอย่างยิ่งในเมืองโตเกียว  2.สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park)  จะพาคุณมาต่อกันที่ สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park) สวนแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับจักรพรรดิโชวะเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี เรียกได้ว่าเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีพื้นที่มากถึง 16300 […]

<strong>ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกไปกับ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของฝั่งโทโฮคุ ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! </strong>

เที่ยวญี่ปุ่น

ยังคงอยู่กันในประเทศญี่ปุ่นและยังคงอยู่กันในภูมิภาคโทโฮคุ เมื่อฤดูกาลแห่งความโรแมนติกมาถึงใครหลายคนก็มักจะมองหาสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เพื่อจูงมีคนรักไปชมดอกไม้เปลี่ยนสี ซึ่งในครั้งนี้เราจะพาคุณไป ดื่มด่ำบรรยากาศสุดโรแมนติกไปกับ 5 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของฝั่งโทโฮคุ ที่ต้องไม่ควรพลาดแห่งปี 2022 ! ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการรวบรวมสถานที่เจ๋งๆทีมีความสวยงาม เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการจูงมือกันไปพักผ่อนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงามทำให้คุณต้องตะลึงต่อสายตาและตาตึงต่อจิตใจเมื่อได้พบเห็นกันอย่างแน่นอน หากอยากทราบกันแล้วว่าแต่ละสถานที่จะมีที่ใดน่าสนใจและน่าไปกันบ้างอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมกันได้เลยดังนี้  1.ถนนโจเซนจิโดริ (Jozenji-dori Ave)  จังหวัดมิยางิ (Miyagi) สำหรับสถานที่แรกที่มีชื่อว่า  ถนนโจเซนจิโดริ (Jozenji-dori Ave) จังหวัดมิยางิ (Miyagi) ซึ่งรายล้อมไปด้วยต้นไม้และใบไม้เปลี่ยนสีที่มีความงดงาม จากภาพด้านบนคุณจะเห็นถึงความถึงความเหลืองอร่ามของสีใบไม้ ทั้งสองข้างทางของถนนเส้นนี้จะรายล้อมไปด้วยต้นไม้พี่ภาพยาวไกลถึง 700 เมตร จึงทำให้ถูกขนานนามกันว่าเป็นเมืองแห่งต้นไม้ ซึ่งในช่วงฤดูร้อนก็จะมองเห็นถึงความเขียวขจี และในช่วงฤดูเขาก็จะมองเห็นถึงสีขาวโพลนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่สวยงามไปอีกแบบ ส่วนใหญ่แล้วผู้คนมักมาชมต้นไม้ใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคุณสามารถมาเที่ยวชมในสถานที่แห่งนี้ได้โดยไม่มีการเก็บค่าเข้าชมใดๆทั้งสิ้น สามารถเดินเล่นและถ่ายภาพแบบชิลล์ๆ กับเพื่อนๆได้เลย สำหรับการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากเพียงคุณนั่งรถบัสมาลงยังป้าย Jozenji-dori Ave ก็สามารถถึงถนนเส้นนี้ได้แบบไม่ต้องกลัวหลง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศสุดโรแมนติกแบบสุดๆในช่วงฤดูใบไม้ร่วงกันเลยทีเดียว  2.หมู่บ้านน้ำพุร้อน นิวโตะอนเซ็น (Nyuto Onsen Hot Springs Village) จังหวัดอาคิตะ (Akita) จะพาคุณมายังเมืองอาคิตะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีกันบ้างกับสถานที่ที่มีชื่อ หมู่บ้านน้ำพุร้อน นิวโตะอนเซ็น (Nyuto […]

5 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเฮียวโงะ ที่ไม่ควรพลาดในปี 2022! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ใครหลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่อของจังหวัดเฮียวโงะกันมากนัก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดเก่าแก่ที่อยู่ในภูมิภาคคันไซนั่นเอง มีที่สถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่น่าสนใจและอาจจะทำให้คุณหลงเสน่ห์กันได้แบบง่ายๆและไม่ยากเย็นอีกด้วย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเฮียวโงะ ที่ไม่ควรพลาดในปี 2022 ! เพราะเราเชื่อว่าจังหวัดแห่งนี้มีมนต์ขลังและมีเสน่ห์จนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ซึ่งในครั้งนี้แต่ละสถานที่ที่เราได้รวบรวมมาฝากคุณกันนั้น ล้วนแล้วแต่มีความน่าไปเยี่ยมชมอยู่ไม่น้อย และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่า 1.คิโนซากิ ออนเซ็นดังแห่งคันไซ (Kinosaki Onsen) เราจะพาคุณมาเริ่มต้นกันกับสถานที่แห่งแรกที่มีชื่อว่า คิโนซากิ ออนเซ็นดังแห่งคันไซ (Kinosaki Onsen) ซึ่งเรียกได้ว่าบรรยากาศรอบข้างมีความงดงามที่เงียบสงบอย่างยิ่งและได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูหนาวเพราะนอกจากคุณจะได้สัมผัสกับความสวยงามแล้ว คุณยังสามารถแช่น้ำร้อนท่ามกลางอุณหภูมิของความเหน็บหนาวได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนหลังจากที่เดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อยแล้วทั้งวัน สำหรับการไปสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ยากเพียงคุณนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Kinosaki Onsen จากนั้นก็ใช้เวลาเพียงประมาณไม่เกิน 15 นาทีในการเดินไปถึงแบบไม่ยุ่งยากมากนัก  2.ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) และอีกหนึ่งสถานที่ที่เราอยากจะพาคุณไปรู้จักก็ ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle) สำหรับสถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่ามีความสำคัญต่อจังหวัดเฮียวโงะเป็นอย่างมากในปัจจุบันได้มีการลงทะเบียนให้เป็นมรดกโลกยูเนสโกและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย เป็นปราสาทที่มีความงดงามและมีสถาปัตยกรรมที่มีความเก่าแก่และอ่อนช้อยผู้คนให้สมญานามกับปราสาทแห่งนี้ว่า  “ปราสาทนกกระยางขาว”  สำหรับตัวอาคารนั้นมีความเก่าแก่และดั้งเดิมที่สุดเพราะไม่ได้มีการสร้างใหม่  เพราะรอดพ้นจากภัยธรรมชาติ และการโจมตีของข้าศึกต่างๆจึงเรียกได้ว่าแท้ทั้งอาคารกันเลยทีเดียว จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติต่างอยากเข้าชมสถาปัตยกรรมของปราสาทแห่งนี้ ซึ่งในปัจจุบันสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนไปจนถึงสิงหาคมและก็ปิดทำการในช่วงวันปีใหม่ของทุกปี และสำหรับช่วงที่มีเหตุการณ์การเเพร่กระจายเชื้อ covid19 นี้ ก็อาจจะยังคงปิดไม่ให้เข้าเยี่ยมชม ซึ่งคุณสามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์ของประสาทโดยตรงได้เลย  3.สะพานอากาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge) […]

ต้องมนต์เสน่ห์แห่งเมืองศิลปะไปกับ 7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดทตโตริ ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของแต่ละจังหวัด แต่ละภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่นกันไปแล้วในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับจังหวัดทตโทริกันบ้าง กลับหัวข้อ ต้องมนต์เสน่ห์แห่งเมืองศิลปะไปกับ 7 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดทตโตริ !  ซึ่งแต่ละสถานที่ที่เราได้นำมาฝากกันในครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญและได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวและชาวญี่ปุ่นสูง ถ้าอยากทราบกันแล้วว่าจะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างต้องอย่ารอช้าเรามาชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1. Gosho Aoyama Manga Factory ตามรอยโคนัน  สำหรับสถานที่แรกที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันก็คือ Gosho Aoyama Manga Factory ตามรอยโคนัน  ซึ่งหากใครที่เป็นแฟนคลับโคนันกันอยู่แล้วล่ะก็ต้องขอบอกเลยว่าคุณไม่ควรพลาด เพราะที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมความเป็นมาของการ์ตูนโคนัน ซึ่งมีตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของนักเขียนที่เขียนการ์ตูนเรื่องโคนันซึ่งก็คือ  อาจารย์อาโอยาม่า รวมทั้งมีห้องจำลองที่จำลองห้องทำงานของผู้เขียนอีกทั้งยังเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการ์ตูนโคนันอีกด้วย ว่าก่อนจะมาเป็นโคนันนั้นต้องผ่านเรื่องราวอย่างไรมาบ้างหากคุณอยากทราบก็สามารถไปสัมผัสได้ที่นี่ อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่คุณสามารถร่วมสนุกได้อีกมากมายสำหรับการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากสามารถนั่งรถไฟหรือรถบัสมาก็ได้ มีค่าเข้าชมประมาณ 700 เยนสำหรับผู้ใหญ่และสำหรับเด็กที่อยู่ในชั้นมัธยมจะอยู่ที่ประมาณ 500 เยนและเด็กๆจะอยู่ที่ประมาณ 300 เยน จะเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 9:30 น จนถึง 17:30 น. แต่สามารถเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ได้ถึงเวลาไม่เกิน 17:00 น  2.Mizuki Shigeru Road ตามรอยภูตน้อย คิตาโร่  เราจะไปต่อกันกับอีกหนึ่งสถานที่ที่ Mizuki Shigeru Road ตามรอยภูตน้อย […]

โรงแรมหรูบริการเยี่ยม ที่น่าพักแห่งภูมิภาคคันไซ ในประเทศญี่ปุ่น ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

ภูมิภาคคันไซทางตะวันตกของญี่ปุ่นเป็นดินแดนที่สำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศ ประกอบด้วย 6 จังหวัด ได้แก่ โอซาก้า เกียวโต เฮียวโกะ ชิงะ นารา และวาคายามะ ด้วยสมบัติของชาติและความเป็นแหล่งรวมมรดกโลกอย่างมากมายจึงทำให้ใครๆก็อยากได้ลองสัมผัส ครั้งนี้เราจะมาพูดถึง โรงแรมหรูบริการเยี่ยม ที่น่าพักแห่งภูมิภาคคันไซ ในประเทศญี่ปุ่น !  ที่ได้รวมสถานที่พักสุดหรูของฝั่งคันไซมารวมไว้ให้คุณได้รู้จักกันที่นี่ เพราะเราเชื่อว่าอาจเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาที่พักดีๆเอาไว้พักผ่อน และชิลล์ไปกับธรรมชาติกันอย่างแน่นอน เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเรามาพบกับโรงแรมดีๆบริการเยี่ยมๆกันเลยดีกว่าๆ  1. InterContinental Osaka โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล โอซาก้า ระดับ 5 ดาวเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่พัฒนาใหม่เอี่ยมของแกรนด์ ฟรอนท์ โอซาก้า โดยใช้เวลาเดินเพียง 5 นาทีจากสถานีโอซาก้าและอุเมดะ มีห้องพักจำนวน 272 ห้องมีขนาดมากกว่า 50 ตร.ม. ทำให้แขกรู้สึกมีอิสระและใช้พื้นที่ได้อย่างแท้จริง สำหรับการเข้าพักระยะยาว เราขอแนะนำที่พักชั้นบน เพราะมีห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และเครื่องซักผ้าไว้รออำนวยความสะดวกให้กับคุณ สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เหมาะสำหรับผู้เข้าพักแบบกลุ่มใหญ่ที่ใช้เวลาในโอซาก้าเป็นเวลานานและต้องการอยู่เหมือนบ้าน  อินเตอร์คอนติเนนตัล โอซาก้า ต่างจากโรงแรมระดับไฮเอนด์ส่วนใหญ่ตรงที่มีอ่างอาบน้ำสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งชวนให้นึกถึงรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อน! ทางโรงแรมยังมีสระว่ายน้ำที่กว้างขวาง ยิม และร้านเสริมสวยพร้อมทรีตเมนต์ไว้คอยมอบความผ่อนคลาย […]

สถานที่พักผ่อนแบบธรรมชาติย่านชินจูกุ เกียวเอ็น ที่น่าไปและความแตกต่างของฤดูกาล ! 

เที่ยวญี่ปุ่น

สำหรับชินจูกุนั้นถือเป็น โอเอซิสที่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริงท่ามกลางความวุ่นวายของมหานคร มีสวนสามธีมได้แก่ ภูมิทัศน์อังกฤษ ทางการฝรั่งเศส และภูมิทัศน์ญี่ปุ่น ที่น่าสนใจจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ครั้งนี้พวกเราทีมงานได้รวบรวม สถานที่พักผ่อนแบบธรรมชาติย่านชินจูกุ เกียวเอ็น ที่น่าไปและความแตกต่างของฤดูกาล ! มาฝากคุณกันไว้ที่นี่ เพราะเราเชื่อว่าจะต้องเป็นประโยชน์ต่อการเดินทางของคุณในประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เวลาเดินจากสถานีชินจูกุเพียงไม่เกิน 10 นาที แล้วได้ค้นพบกับบรรยากาศที่อุดมไปด้วยต้นไม้และธรรมชาติ แน่นอนว่ามันจะต้องดีต่อกันได้พักผ่อนแบบสุดๆไปเลย ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราจะพาคุณไปพบกับสิ่งที่น่าสนใจดังต่อไปนี้  1. Shinjuku Gyoen in Spring สำหรับสถานที่แห่งแรกที่เราจะพาคุณมา  Shinjuku Gyoen in Spring  ในช่วงที่ดอกไม้เริ่มเบ่งบานชินจูกุเกียวเอ็นหรือเป็น 1 สถานที่ที่น่าไปเยือนไม่น้อย  โดยเฉพาะเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ต้นไม้ใบหญ้าจะถูกเติมสีสันอย่างงดงามรวมไปถึงช่วยทำให้สวนอันเขียวชะอุ่มนั้น จะกลายเป็นสวนแสนสวยที่ประดับประดาไปด้วยสีสันของดอกไม้ทันที การบันทึกภาพในช่วงนั้นจึงถือเป็นช่วงเวลาแห่งความนิยมแบบสุดๆ  และควรค่าแก่การเยี่ยมชมอย่างยิ่ง โดยส่วนใหญ่แล้วดอกซากุระในสถานที่แห่งนี้กว่า 1, 100 ต้นประมาณ 65 สายพันธุ์จะผลิดอกกันอย่างสวยงามตั้งความตระการตาให้กับผู้พบเห็นอย่างมากถือเป็นฤดูกาลที่งดงามและมีความเป็นเอกลักษณ์แบบสุดๆ  หากคุณต้องการมาช่วงฤดูใบไม้ผลิของที่นี่คุณสามารถมาได้ในช่วงเดือนมีนาคมและคุณจะมองเห็น ต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ซึ่งได้แก่ พลัม, แมกโนเลียขาว, ดอกพีช, ควินซ์ญี่ปุ่น, โยชิโนะ เชอร์รี่ และอื่นๆ และหากคุณมาเยือนสถานที่แห่งนี้ในช่วงเดือนเมษายนคุณจะได้พบกับต้นไม้นานาชนิดได้แก่   ดอกเชอร์รี่คู่, […]

6 สถานที่สำหรับชมดอกซากุระช่วงฤดูใบไม้ผลิยอดฮิตในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาด ! 

6 สถานที่สำหรับชมดอกซากุระช่วงฤดูใบไม้ผลิยอดฮิตในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาด ! 

ยังคงอยู่กันในเมืองโตเกียวประเทศญี่ปุ่นไม่ไปไหนซึ่งก่อนหน้านี้เลยได้พาคุณไปรู้จักกับสถานที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นที่ท่องเที่ยวออนเซ็นรวมไปถึงอาหารการกินและในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 6 สถานที่สำหรับชมดอกซากุระช่วงฤดูใบไม้ผลิยอดฮิตในเมืองโตเกียว ที่ไม่ควรพลาด !  กันบ้างพร้อมเมื่อไหร่ก็ตามหาคุณได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิคุณก็จะได้ทราบถึงพิกัดในการชมดอกซากุระได้แบบฟินๆ ซึ่งแต่ละสถานที่ที่เราได้นำมาฝากนั้นไม่ได้ไปกันยากนัก เราคิดว่าจะต้องเป็นประโยชน์ให้กับท่านผู้อ่านที่กำลังมองหาจุดชมวิวในเมืองโตเกียวจะได้มากยิ่งขึ้น หากอยากทราบกันแล้วว่าจะมีจุดใดที่น่าไปชมกันบ้างเราไปรู้จักพร้อมๆกันได้เลยดังนี้  1.สวนอุเอโนะ (Ueno Park) สำหรับสถานที่แรกที่เราจะพาคุณไปชมดอกซากุระกันก็ สวนอุเอโนะ (Ueno Park) ซึ่งสวนอุเอโนะแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ยอดนิยมของชาวโตเกียวกันเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดกว้างขวาง มีศาลเจ้า มีทะเลสาบ มีสวนสัตว์ และมีพิพิธภัณฑ์อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้อีกด้วย เรียกว่าเพียงคุณมาสวนสาธารณะก็สามารถเที่ยวได้อย่างครบคันกันที่นี่ อีกทั้งการเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากเพียงคุณใช้เวลาเดินจากสถานีอุเอโนะไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงแล้ว  เมื่อถึงในช่วงฤดูใบไม้ผลิผู้คนชาวญี่ปุ่นก็จะคล้ายกับรวมตัวกันเพื่อมาชมดอกซากุระบานกันที่นี่ เนื่องจากในสวนแห่งนี้อุดมไปด้วยต้นซากุระที่มากกว่า 1000 ต้นอีกทั้งยังมีหลากหลายสายพันธุ์ให้ผู้เยี่ยมชมต่างได้มาสัมผัส เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีความโรแมนติกแบบสุดๆจึงค่อนข้างเป็นที่นิยมของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่มักจะจูงมือกันมาชมดอกซากุระที่นี่ สำหรับสถานที่แห่งนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเปิดให้เข้าชมกันได้ตลอดทั้งคืนอีกทั้งยังไม่มีค่าเข้าชม แต่ในบางฤดูกาลต้องคอยสอบถามไปยังเว็บไซต์ของสวนสาธารณะ เรียกได้ว่าเป็นจุดชมดอกซากุระในเมืองโตเกียวที่มีความสำคัญจริงๆ  2.สวนสุมิดะ (Sumida Park) มาต่อกันกับอีกหนึ่งสถานที่ที่มีชื่อว่า สวนสุมิดะ (Sumida Park) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดสำหรับชมดอกซากุระที่ค่อนข้างสำคัญในจังหวัดโตเกียวเป็นอย่างมาก สำหรับสถานที่แห่งนี้จะปลูกต้นซากุระเรียงไปตามแม่น้ำทำให้คุณสามารถมองเห็นวิวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งคุณยังสามารถเช่าเรือเพื่อถ่ายภาพเพื่อเก็บความทรงจำได้ที่นี่อีกด้วย และนอกจากนี้ยังมีซุ้มสำหรับขายอาหารให้กับผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาและสามารถชมหอคอย Tokyo sky tree ได้อย่างเต็มๆตา เรียกได้ว่าเป็นจุดชมซากุระที่มีความงดงามและมีบรรยากาศที่โรแมนติกแบบสุดๆอีกหนึ่งแห่ง ในฤดูใบไม้ผลิสถานที่แห่งนี้จะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงและไม่มีค่าเข้าชม สำหรับการเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ยากเพียงคุณเดินจากสถานีอาซากุสะโดยใช้เวลาเพียงไม่เกิน 15 […]

ลิ้มรสราเม็งแสนอร่อยกับ 5 ร้านราเม็งยอดฮิตที่ในควรพลาด หากได้ไปเยือนเมืองโตเกียว แห่งปี 2022 ! 

ลิ้มรสราเม็งแสนอร่อยกับ 5 ร้านราเม็งยอดฮิตที่ในควรพลาด หากได้ไปเยือนเมืองโตเกียว แห่งปี 2022 ! 

ยังคงอยู่กันในเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นซึ่งก็คือเมืองโตเกียวนั่นเอง หลังจากที่ได้เพลิดเพลินไปกับสถานที่ท่องเที่ยวและเหล่าบรรดาของฝากต่างๆกันไปแล้ว ในครั้งนี้เรามาเอาใจคนที่ชื่นชอบเมนูราเมงเป็นพิเศษ โดยการจะพาคุณไป ลิ้มรสราเม็งแสนอร่อยกับ 5 ร้านราเม็งยอดฮิตที่ในควรพลาด หากได้ไปเยือนเมืองโตเกียว แห่งปี 2022 ! กันดูบ้าง ซึ่งในครั้งนี้เราได้ตะเวนหาร้านราเมงสุดเด็ดพวกเมืองโตเกียว เพื่อที่จะนำร้านราเมงสุดเจ๋งมาฝากคุณกันในครั้งนี้  หากอยากทราบแล้วว่าเหล่าบรรดาร้านราเมงที่น่าสนใจที่เราจะพาคุณไปรู้จักกันนั้น จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้างเราไปชมพร้อมๆกันได้เลยดังนี้ค่ะ 1.ร้านราเม็ง Nicho-me Tsukemen GACHI  ย่านชินจูกุ จะพาคุณมาเริ่มต้นกันที่ ร้านราเม็ง Nicho-me Tsukemen GACHI  ย่านชินจูกุ ซึ่งเป็นร้านราเมงในสไตล์อเมริกันที่ตั้งอยู่ย่านชินจูกุ ซึ่งเป็นย่านที่เราบรรดาวัยรุ่นมักจะมาเดินช็อปปิ้งและใส่ชุดคอสเพลย์มาเดินอวดโฉมความน่ารักกัน แต่ในย่านนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายเท่านั้นแต่ยังมีร้านราเมงเจ๋งๆแอบซ่อนอยู่ให้คุณได้มาชิม สำหรับน้ำซุปของราเมงร้านนี้มีรสชาติที่ค่อนข้างหอมอร่อยด้วยกรรมวิธีการทำที่ค่อนข้างพิถีพิถัน  เนื้อสัตว์ที่นำมาทำน้ำซุปนั้นเป็นเนื้อไก่ และทำน้ำซุปแบบโทริไพตันที่มีความเข้มข้นอย่างมาก อีกครั้งยังใช้เส้นราเมงที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีความพิเศษตรงที่เป็นราเมงทำเอง จึงทำให้เส้นมีความเหนียวนุ่มและอร่อย อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของราเมงร้านนี้ สำหรับการตกแต่งร้านจะเต็มไปด้วยถังเหล็กคล้ายกับฉากในภาพยนตร์ของทางฝั่งอเมริกัน และมีเพดานที่สูงโปร่งทำให้คุณได้สัมผัสถึงการรับประทานราเมงแบบญี่ปุ่น แต่ผสมผสานไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นอเมริกัน ค่อนข้างได้รับความนิยมมากในเมืองโตเกียวโดยเฉพาะเหล่าบรรดาวัยรุ่น และนอกจากนี้ยังมีราคาที่ไม่แพงใน 1 ชามแต่ราคาไม่เกิน 1000 เยน ซึ่งเรียกว่าเป็นราคาปกติของคนที่นี่ถือว่าไม่แพงจนเกินไป หากคุณได้มีโอกาสมาที่ย่านนี้แล้วล่ะก็ต้องอย่าลืมแวะมาทานกันดูนะคะรับรองจะต้องติดใจอย่างแน่นอน  2.ร้านราเม็ง Fuunji จะพาคุณมาต่อกันที่ ร้านราเม็ง Fuunji สำหรับรสชาติของราเมงร้านนี้ต้องบอกเลยว่าเรียกได้ว่าเป็นของหายากในเมืองนี้กันเลยทีเดียว ด้วยความที่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่นๆจึงทำให้ผู้คนย่อมติดใจในรสชาติ […]

5 ที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเกียวโต ที่มาแล้วต้องไปเยือนแห่งปี 2022 ! 

5 ที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเกียวโต ที่มาแล้วต้องไปเยือนแห่งปี 2022 ! 

ยังคงอยู่กันบนเกาะฮอนชูประเทศญี่ปุ่นกันอย่างไม่ไปไหนและในครั้งนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 5 ที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเกียวโต ที่มาแล้วต้องไปเยือนแห่งปี 2022 !  ซึ่งต้องขอย้ำกันก่อนว่าเมืองเกียวโตนะคะไม่ใช่เมืองโตเกียว เพราะบางท่านอาจสับสนกับชื่อเมืองของสองเมืองนี้ สำหรับสถานที่ที่เราจะพากันไปในครั้งนี้ ต้องขอบอกเลยว่ามีความคลาสสิคและมีมนต์ขลังในสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมให้เราได้สัมผัสกันอย่างแน่นอน และเราเชื่อว่าหากใครได้ไปสัมผัสก็จะต้องตกหลุมรักกันได้แบบไม่ยาก หากอยากทราบกันแล้วว่าความน่าสนใจของจังหวัดนี้จะมีอะไรบ้าง ต้องอย่ารอช้าเราไปชมพร้อมๆกันได้เลย 1.เสาโทริอิ ที่ ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine) สำหรับสถานที่แรกที่เราจะพาคุณไปก็คือ เสาโทริอิ ที่ ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นจุดเช็กอินจุดแรก ที่ใครมาถึงเมืองเกียวโตก็จะต้องมาที่นี่ สำหรับศาลเจ้าแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีประวัติศาสตร์อันสำคัญที่อยู่คู่กับประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีความยาวนานมากถึง 1300 ปี เอกลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ ก็คือเสาโทริอิที่มีจำนวนนับกว่าหมื่นต้นซึ่งวางเรียงรายติดกันยาวไกลถึง 4 กิโลเมตร หรือที่ชาวจังหวัดเกียวโตมักจะเรียกกันว่า “โออินาริซัง” ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ เป็นศาลเจ้าชินโตของเทพอินาริ ซึ่งคนญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าเป็นเทพแห่งการกสิกรรม หากคุณมาที่นี่ก็ต้องมาสักการะและขอพร สำหรับการเดินทางไปสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ยากเพียงคุณนั่งรถไฟมาลงที่สถานีอินาริและเดินต่อมาเพียงใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว หรือในช่วงเทศกาลคุณสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ด้านล่างที่เรานำมาฝากนี้กันได้เลย ข้อมูลเพิ่มเติมของเส้นทางการเดินทาง  https://goo.gl/maps/s3BDaPX7wWfJomUc9 2.วัดน้ำใส Kiyomizu Temple จะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งวัดที่มีชื่อว่า วัดน้ำใส Kiyomizu […]